Feb 09,2010
Request Box On Air Radio
1035


 
 
 
       SALZ LET'S GET FULL
เดินกิน ถิ่นเก่า ฟังเรื่องเล่า เมืองบางกอก
| 27.09.2003 | ย่านแพร่ง และ เสาชิงช้า
[Begin]1/2[Next][End]

Salz Let's Get Full # 6
เดินกิน ถิ่นเก่า ฟังเรื่องเล่า เมืองบางกอก
เสาร์ 27 กันยายน กรุงเทพฯ
103.5 Modern Love
ชวน เดินกิน ถิ่นเก่า ฟังเรื่องเล่า เมืองบางกอก

ตอนนี้ มารู้จักถิ่นเก่าให้มากขึ้นกันก่อนดีกว่า

กรุงเทพฯ หรือ ชื่อเดิม เมืองบางกอก เมืองที่มีผู้คนมากมายอาศัยอยู่ …..
มากด้วยหลากหลายชาติพันธุ์ที่เข้ามาตั้งหลักแหล่งในย่านต่างๆ
มีการสร้างสรรค์ทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ โดยแต่ละย่าน
ก็มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน การเดินชมย่านเก่า พร้อมทั้งฟังเรื่องเล่า
ความเป็นมาต่างๆอีกทั้งได้ลิ้มรสของกินของอร่อยคู่ย่าน
ไม่เพียงทำให้เราได้รู้จักวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยในแต่ละย่านเท่านั้น
แต่ยังสร้างความหฤหรรษ์ให้แก่ปากท้องอีกด้วย
โดยย่านเก่าที่มีรายละเอียดที่น่าสนใจ อีกทั้งยังอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกัน
คือ สามแพร่ง และ ย่านเสาชิงช้า

ย่านสามแพร่ง

ในอดีตย่านนี้เคยเป็นย่านการค้าที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยคำว่า "แพร่ง"
เรียกขานตามพระนามของท่านเจ้าของวังที่ตั้งอยู่ในบริเวณนั้น
อย่างไรก็ตาม ย่านนี้เป็นอีกย่านหนึ่งที่เป็นแหล่งรวมของกินรสเด็ด
ตั้งแต่ อดีตจวบจนปัจจุบัน
มีให้เลือกกันหลากหลายทั้งชนิดของอาหาร และบรรยากาศของร้าน
ร้านที่จะแนะนำต่อไปเป็นกลุ่มร้านที่นำเสนอเด่นทั้งในเรื่องรสชาติ
ที่ควบคู่ไปด้วยกับความเก่าแก่และเป็นที่รู้จักกันดีของนักชิมอีกด้วย
ร้านโชติจิตรโภชนา
ร้านอาหารไทยรสเด็ด เพราะนอกจากการปรุงรสชาติ
ของอาหารไทยที่จัดจ้านถึงรสถึงเครื่องแล้ว ที่ตั้งของร้านยังอยู่ในทำเลที่ดี
ทำให้ร้านมีลูกค้ามากมายมาอุดหนุนกันทั้งวันเลยทีเดียว
ขนมเบื้องแพร่งนราร้านเดิม
ที่มีขนมเบื้องสูตรเด็ดของต้นเครื่องจากในวัง จุดเด่นที่สำคัญคือ
แผ่นขนมเบื้องจะละเลงสังขยาทับลงไปอีกชั้น ซึ่งต่างจากที่อื่นที่ใช้ครีมสีขาวๆ
ขนมที่นี่จึงหวานหอม และยังมีหน้าให้เลือกทั้งคาวและหวาน
ก.พานิช
ข้าวเหนียวมูน ดังมาตั้งแต่ยุค ร.6 โดยข้าวเหนียวร้านนี้ได้ชื่อว่า
เนื้อนุ่มรสชาติหวานมัน ยิ่งราดด้วยกะทิขาวข้นรสเค็มๆ และโรยด้วยถั่วเหลืองทอด ยิ่งเพิ่มความอร่อยขึ้นไปอีก
ไม่ต้องมีมะม่วงอกร่องโปะหน้าก็ยังอร่อยจนลืมอิ่ม
โดยบริเวณหน้าร้านเต็มไปด้วยหาบเร่แผงลอยอยู่หลายร้าน ขายทั้งมะม่วงสุกอกร่อง น้ำดอกไม้ อีกทั้งยังมี สังขยา และ กระฉีก อีกด้วย
ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อนายกิมทอง
ร้านที่ขายมานานกว่า 40 ปีแล้ว มีลูกชิ้นทำเองสูตรจีนแคะ ที่ถ่ายทอดกันมาหลายชั่วคน
ลูกชิ้นอร่อยเหนียวนุ่มทำจากเนื้อวัว โดยใช้เนื้อสันที่เปื่อยยุ่ย เนื้อสะโพก
และ เนื้อก้อนที่เหนียวมาปนกัน ไม่เพียงแต่ลูกชิ้นเนื้อและลูกชิ้นเอ็น
ที่อร่อย ทางร้านยังมีเนื้อสด เนื้อเปื่อยที่ถึงรสไม่แพ้กัน ถ้าให้ครบสูตร
ก๋วยเตี๋ยวต้องเป็นเส้นหมี่ยี่ห้อ ช. เฮง เพราะเส้นเหนียวนุ่ม
ซดพร้อมน้ำซุปใสที่เป็นน้ำต้มกระดูกวัวกับลูกชิ้นทำให้
น้ำซุปหวานโดยไม่ต้องพึ่งผงชูรส
นัฐพร
ร้านนี้เปิดทำการมาได้ 16 ปีแล้ว เป็นร้านไอศกรีมโฮมเมด
ที่มีให้เลือกทั้งที่ทำจากกะทิสด และนมสดรสชาติหอมหวาน
กลิ่นของกะทิกลิ่นนมนั้นชวนกินอย่างยิ่ง ยิ่งทานกับเค้กเนยสด
อร่อยอย่าบอกใคร นอกจากสองรสที่กล่าวมาแล้ว ยังมีรสช็อกโกแลต
กาแฟ และรสใหม่ล่าสุดคือ มะพร้าวกะทิ กว่าจะเป็น
ไอศกรีมรสชาติหวานหอมนั้น ในสมัยยังไม่มีเครื่องมืออันทันสมัย
ทุกขั้นตอนของการทำใช้มือเท่านั้น
ในปัจจุบัน มีเครื่องมือที่ช่วยทุ่นเวลา ทุ่นแรง แต่อย่างไรก็ดี
ลูกค้าก็ยังไม่พลาดการได้ลิ้มรสไอศกรีมทำเองด้วย
นอกจากร้านที่กล่าวแล้ว ยังมีร้านต่างๆ อีกมากมายได้แก่
ปาท่องโก๋เสวย ทอดร้อนๆ ขึ้นมาจากกระทะ กรอบอร่อย
ร้านบะหมี่แพร่งภูธร
บะหมี่เหนี่ยวนุ่มทำเอง น้ำซุปหวานน้ำต้มกระดูก
ป้อมโภชนา
ส้มตำรสแซบ ไก่ย่างหอมอร่อยและอาหารอีสานอีกหลายรายการ
ที่มีรสชาติถึงใจ เสรีอาหารไทย กุ๊กเก่ามีฝีมือ มีเมนูขึ้นชื่ออย่าง
ปลาไร้ก้างทอด กุ้งมะนาว ต้มส้มปลากระบอก หมี่กรอบ
ชูถิ่น
ขึ้นชื่อในเรื่องซ่าหริ่มรสหวานชื่นใจเกาเหลาสมองหมู
มีให้เลือกทั้งสูตรเด็ดของไทย และ จีน
ข้าวมันไก่
ชิมไก่เนื้อนุ่มกับข้าวมันหอมอร่อย เป็นข้าวมันไก่ไหหลำเจ้าเก่าคู่ย่าน
ร้านไก่ย่างโบราณ
ที่มีเมนูเด็ดเป็นไก่ทอดเกลือ ไก่ย่าง ปลาช่อนเผา
บุญทอนโภชนา กับอาหารไทย-อีสาน
ข้าวหมูแดงนครปฐม ข้าวหมูแดงรสเด็ด
อุดมโภชนา
ร้านขายแกงกะหรี่หมู เนื้อเอ็น สตู ข้าวหมูแดง
นอกจากนี้ยังมีร้านขายใบชาที่จีนเก่าแก่ที่อยู่คู่ย่านนี้มานานเกือบ 100 ปี
โดยนำชามาจากมณฑลฮกเกี้ยนซึ่งเป็นแหล่งผลิตชาดีที่สุดของประเทศจีน
อย่าง ห้างใบชาอ๋องอิวกี่ อีกด้วย
หลังจากแวะกินแวะซื้อ จากหลากหลายชนิดอาหารไปแล้ว
ย่านนี้ยังมีที่เที่ยวที่สำคัญมากมาย ได้แก่
อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16
ที่ที่ทำให้เรารำลึกถึงเหตุการณ์วันมหาวิปโยค ที่มีการเรียกร้องรัฐธรรมนูญในสมัยรัฐบาลของจอมพล ถนอม กิตติขจร มีการจลาจลและคนล้มตายจากการปราบจลาจลจำนวนมาก ส่วนที่น่าสนใจที่เห็นโดดเด่นที่สุดคือ สถูปวีรชน
วัดมหรรณพารามวรวิหาร สร้างในสมัย ร.3 มีการผสมผสานระหว่างศิลปะไทย-จีน และยังเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระร่วงอีกด้วย
ศาลเจ้าพ่อเสือ
สร้างโดยชาวจีนแต้จิ๋ว และเป็นศาลเก่าแก่ที่อยู่คู่ย่านมานาน ทุกวันจะมีคนมาเคารพสักการะจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลของชาวจีน
ซุ้มประตูวังกรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ
เป็นที่รำลึกถึงยุคศิลปะตะวันตกเฟื่องฟู
โรงเรียนตะละภัฏศึกษา อดีตวังเก่าสมัย ร.5
และปัจจุบันใช้เป็นสถานที่ถ่ายละครอยู่บ่อยครั้ง
นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่อยู่คู่ย่านเก่าแก่นี้มานาน
ย่านเสาชิงช้า
หรือบางคนอาจเรียกย่านวัดสุทัศน์ หรือ ย่านศาลาว่าการ กทม.
โดยในสมัยที่เมืองยังไม่ขยายอาณาเขตใหญ่โตเช่นปัจจุบัน
ถือว่าย่านเสาชิงช้าเป็นย่านใจกลางนคร หรือ เป็น "สะดือเมือง"
ด้วยเพราะรูปสัณฐานของกรุงเทพฯ ยุคนั้นจึงมีผู้จินตนาการว่า
คล้ายดั่งกระเพาะหมูสำหรับร้านอาหารในย่านนี้มีอยู่หลายร้าน
จึงเป็นย่านที่สามารถหาของกินได้หลากหลาย
โดยร้านเด่นๆ ที่ไม่ควรพลาดชิม มีดังนี้
มนต์นมสด
ตั้งอยู่บน ถ.ดินสอ ขายนมสด ทั้งแบบนมร้อน
นมเย็น ขนมปังปิ้ง ทาเนย หรือจิ้มสังขยา
ใบชาตรากระต่าย

ร้านขายใบชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
นิยมโภชนา
ร้านนี้มีมานานกว่า 70 ปีแล้ว ขายสตูเนื้อ แกงกะหรี่หมูเนื้อ และข้าวหมูแดง มิตรโกหย่วน
ขายอาหารตามสั่ง โดยมีเมนูเด็ดคือ ต้มยำกุ้ง หมี่กรอบ สลัด สตู กุ้งพล่า นอกจากนี้ ยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวหลากหลายชนิดให้เลือกทานกันได้แก่
ร้านชวนชิม
มีเมนูเด็ดคือ เกาเหลาเอ็นหมู และ หมูตุ๋นน้ำแดง
เทียนซ้ง ขายบะหมี่หมูแดงขึ้นชื่อ
นายอ้วนเย็นตาโฟ
ขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา และ เย็นตาโฟ รสเด็ด เป็นต้น
จากนี้ยังมีอาหารสารพัดอย่าง ที่แต่ละร้านล้วนมีทีเด็ดเป็นของตัวเองทั้งนั้น
ศิริพรโภชนา
ขายข้าวต้มกุ๊ยที่มีหมูแดง หมูกรอบ สตูแกงกะหรี่
และผัดปลาขึ้นฉ่ายเป็นทีเด็ดของร้าน
นันฟ้า ขายเป็ดย่าง หมูสะเต๊ะ และ ข้าวหน้าเป็ด
นิยมโภชนา มีอาหารเด็ดเป็น แกงกะหรี่หมู-เนื้อ สตูเนื้อ ข้าวหมูแดง
จากร้านอาหาร การท่องไปในย่านเสาชิงช้า
สถานที่ท่องเที่ยวที่จะแนะนำมีอยู่หลายแห่งด้วยกัน โดยเริ่มกันด้วย
วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร โดย ร.1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น
และได้อัญเชิญพระศรีศากยมุนีจากวัดมหาธาตุ
เมืองสุโขทัยมาประดิษฐานเป็นพระประธาน โดยชาวบ้านมักเรียกกันว่า
วัดพระโต, วัดพระใหญ่ หรือ วัดเสาชิงช้าโดยภายในวัด มีศิลปกรรมต่างๆ
เช่น ในหอพระวิหารหลวง ถะรอบพระวิหาร เก๋งจีน วิหารโถง พระอุโบสถ
ซึ่งแต่ละแห่งสะท้อนให้เห็นถึงภาพจำลองจักรวาลตามคติไตรภูมิ
เสาชิงช้าและเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ ซึ่ง ร.1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น
เพื่อสำหรับประกอบพระราชพิธีต่างๆ สำหรับพระนคร โดยเฉพาะ
พิธีตรียัมปวาย-ตรีปวาย หรือ การโล้ชิงช้า ซึ่งเป็นพิธีขึ้นปีใหม่ของพราหมณ์
และยังเป็นพิธีใหญ่โตมโหฬารครึกครื้นที่สุดในกรุงเทพฯ กระทั่งเลิกไปในช่วง
ร.7 สำหรับเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ เป็นที่สถิตแห่งเทพเจ้าทั้งสามที่สำคัญ
อันได้แก่ พระอิศวร เทพเคารพสูงสุดในศาสนาพราหมณ์ พระพิฆเนศวร
เทพแห่งปัญญา หรือ เทพแห่งความสำเร็จ พระนารายณ์ หรือ พระวิษณุ
เทพที่อวตารลงมาในโลก เพื่อช่วยมนุษย์
อีกทั้งยังมี ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานที่
ที่สะท้อนถึงการเป็นย่านใจกลางเมืองในด้านเศรษฐกิจการค้าของสังคมในอดีต
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
สถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ พลับพลาซึ่งใช้เป็นที่ต้อนรับอาคันตุกะ
วัดราชนัดดารามวรวิหาร วัดของพระเจ้าหลานเธอ วัดเทพธิดารามวรวิหาร
วัดของพระราชธิดาใน ร.3 ป้อมมหากาฬ และกำแพงเมือง
ที่ซึ่งเป็นผลงานจากแรงงานลาวเวียง



 
Un title page