Mar 11,2010
Request Box On Air Radio
102.5


 
 


แล้วท้องถนนจะเลิกสับสนวุ่นวาย
เพราะเคล็ดไม่ลับง่าย ๆ ที่จะช่วยคลายทั้งความเครียด,
ความหงุดหงิด,ตะขิดตะขวงใจ,

หรือแม้แต่เคล็ดลับกำจัดความงอแง อ่อนแอของเครื่องยนต์
รอคุณอยู่ทุกวัน....
ที่ GET 102.5 GET MAXIMUM
และที่นี่ .....

ไม่ว่าจะอ่าน หรือจะฟัง คุณก็จะนั่งและขับรถได้อย่างสบายใจ
แล่นฉิวได้ทุกวันกับ GET ON THE ROAD ทุกช่วงดีเจ

 
JUNE


>>> การปรับพวงมาลัย

วันนี้ เราจะพูดกันถึงเรื่องพวงมาลัยอีกครั้ง คุณรู้หรือเปล่าครับว่าทุกวันนี้
พวงมาลัยในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ถูกออกแบบให้สามารถปรับระดับตามสูงต่ำได้
ตามความสรีระและความถนัดของผู้ขับขี่ และไม่เพียงแต่การปรับสูงต่ำเท่านั้น
พวงมาลัยในรถบางรุ่น ยังสามารถปรับระยะให้ห่างหรือใกล้ชิดตัวผู้ขับได้
อีกด้วยซึ่งก็ทำให้เกิดคำถามว่าถ้าอย่างนั้นเราควรปรับระยะห่างอย่างไรดี
คำตอบก็คือ
ควรปรับให้ห่างจากตัวให้มากที่สุดและในลักษณะที่ตนเองถนัดด้วยจะดีที่สุด
เพราะจะเพิ่มอัตราความปลอดภัย เมื่อเกิดอุบัติเหตุครับ แต่ก็จะมีผลเสีย
เหมือนกันเพราะถ้าปรับห่างเกินไป ท่านผู้ฟังอ่านขับขี่ไม่ถนัดกลาย
เป็นต้องสาวไปเอื้อมไป เมื่อยแย่เลยนะครับ


>>> ประเภทของประกันภัย

เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปนะครับ
ว่าการประกันภัยรถยนต์นั้นมีด้วยกัน 3 ประเภทหรือ 3 ชั้น
แต่รู้มั้ยครับ แต่ละชั้นนั้นต่างกันอย่างไรวันนี้ผมจะอธิบายแบบ
คร่าวๆให้ได้ฟังกันเริ่มจากประกันชั้น 3 เสียค่าเบี้ยประกันต่ำสุด
ซึ่งให้ความคุ้มครองคู่กรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
แต่ไม่คุ้มครองรถของผู้เอาประกัน
ส่วนประกันชั้น 2 คุ้มครองรถยนต์และตัวบุคคล
เฉพาะกรณีที่เกิดเหตุการณ์ประหลาดๆ เช่น
ภัยธรรมชาติ น้ำป่า ฟ้าผ่า จลาจล
จึงไม่ค่อยมีผู้นิยมธรรมประกันชนิดนี้
สุดท้ายคือประกันชั้น 1 ซึ่งคุ้มครองครบถ้วน
ทั้งรถของผู้เอาประกันและคู่กรณี
ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องคิดค่าเบี้ยประกันสูงที่สุดครับ
เพราะฉะนั้นควรจะเลือกให้เหมาะสมกับตัวคุณและเงินใน
กระเป๋าด้วยจะดีที่สุดครับ


>>> พวงมาลัยที่มีถุงลมนิรภัย

วันนี้ ผมมีเกร็ดสำหรับเรื่องของพวงมาลัยอีกซักครั้งนะครับ
พวงมาลัยรถนั้น เป็นส่วนที่มือของผู้ขับขี่
จะสัมผัสมากที่สุด และแทบตลอดเวลาในการขับรถ
ดังนั้น การดูแลความสะอาดจึงเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน
นอกจากนี้ สำหรับพวงมาลัยมีการติดตั้งถุงลมนิรภัยอยู่ด้วยนั้น
เพื่อให้การทำงานของถุงลมนั้นพุ่งมายังลำตัว
ไม่พุ่งเข้าใส่ศีรษะหรือใบหน้า ซึ่งอาจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้
คุณควรปรับพวงมาลัยให้ต่ำลงจะดีที่สุด
แต่สำหรับผู้ขับขี่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ล่ะก็
ต้องระวังนิดนึงนะครับ อย่าปรับให้ต่ำเกิดไป
เพราะถุงลมอาจพุ่งมากระแทกท้องได้
เห็นมั้ยครับว่าถึงจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆแต่ก็ไม่ควรมองข้ามนะครับ


>>> ประกันภัยรถชั้น 3

เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้
และเมื่อเกิดความเสียหายกับรถ
สิ่งที่จะสูญเสียต่อมาก็คือเงินทองที่จะต้องใช้ในการซ่อมแซม
ซึ่งจะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรง
ดังนั้น การทำประกันภัยรถยนต์จึงเป็น
ทางเลือกที่ผู้ขับขี่รถส่วนใหญ่ไม่มองข้าม
แต่ค่าเบี้ยประกันภัยต่อปีนั้น ก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆด้วยเช่นกัน
ดังนั้น สำหรับท่านที่ค่อนข้างมั่นใจในทักษะ
และความสามารถในการขับขี่
การทำประกันชั้น 3 จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
เพราะนอกจากจะเบี้ยถูกกว่าแล้ว
แต่ก็ยังคุ้มครองความเสียหายให้กับคู่กรณี
เรียกกว่าอย่างน้อย ถ้าเราขับไปเฉี่ยวชน
กับรถราคาคันละหลายๆ ล้าน
ก็ยังมีคนจ่ายค่าซ่อมแทนเราไงครับ


>>> ทำไมต้องเบบี้ซีท

นี่เป็นอีก 1 หน้าที่สำหรับผู้ขับขี่ทุกๆท่านที่ต้องดูแล
และเอาใจใส่เด็กๆที่โดยสารไปกับท่านด้วยเพราะฉะนั้น
สำหรับเด็กเล็กจนถึงจนถึงอายุไม่เกิน 10 ขวบนั้น
การติดตั้งที่นั่งสำหรับเด็กหรือเบบี้ซีทก็
มีส่วนช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ชีวิตน้อยๆ ของพวกเค้า
ได้มากขึ้นอีกระดับ 1 ด้วยเพราะนอกจากจะช่วยยึดร่างกาย
ของเด็กไม่ให้กระเด็นออกนอกรถเมื่อเกิดอุบัตติเหตุแล้ว
อุปกรณ์พิเศษเหล่านี้ ยังได้รับการออกแบบให้ยึดเหนี่ยว
ในที่ๆ เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นส่วนลำตัวทั้งหมด
รวมไปถึงไหล่และสะโพกสำหรับเด็กโต
และที่สำคัญ ยังป้องกันส่วนศีรษะไม่ให้กระแทก
และป้องกันกระดูกสันหลังไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือน
หรือไม่เคลื่อนอีกด้วยครับอย่าลืมนะครับว่าอุบัตติเหตุ
เกิดขึ้นได้ทุกเวลา


>>> ล้อเหล็ก VS ล้อแม็ก

ทุกวันนี้ ล้อรถยนต์นั้นกลายเป็นชิ้นส่วนที่ง่าย
สำหรับเจ้าของรถที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงและ
ตกแต่งได้ตามใจ ตามรสนิยมมากกว่าสมัยก่อนมาก
ดังนั้น ล้อแม็กจึงกลายเป็นทางเลือกอันดับแรกๆ
ของการแต่งรถยนต์ ซึ่งส่งผลให้ให้มีการผลิต
และออกแบบล้อแม็กดีไซน์สวยเท่กันเต็มไปหมด
แต่คุณผู้ฟังรู้มั้ยครับว่า ในความจริงแล้ว
ล้อรถธรรมดา ที่เรามักเรียกกันว่าล้อกะทะ
หรือที่รู้จักกันในชื่อล้อกะทะเหล็กนั้น จะมีความแข็งแกร่งกว่าล้อแม็ก
นอกจากนี้ ยังทนต่อแรงกระแทกได้มากกว่า
ข้อเสียของล้อเหล็กมีอยู่เพียง 2 อย่างเท่านั้นครับ
นั่นก็คือน้ำหนักที่มากกว่า แล้วอีกอย่างหนึ่ง
ก็คือลวดลายครับที่ไม่ได้สวยเก๋เท่าล้อแม็ก
หรือพูดง่ายๆ ว่าความสวยงาม ยังคงห่างไกลกว่าล้อแม็ก
หลายสิบช่วงตัวครับ...


>>> เลือกกันขโมย

ขโมย ! ช่วยด้วยครับ ขโมย !
อ๊ะๆ ไม่ต้องตกใจไปครับ
คือผมการสาธิตการทำงานของอุปกรณ์กันขโมยรถน่ะครับ
นั่นคือการส่งเสียงร้องสัญญาณเตือนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ
ขึ้นกับตัวรถ แต่คุณผู้ฟังรู้มั้ยครับ
ในความเป็นจริง อุปกรณ์กันขโมยไม่ใช่ทำหน้าที่แค่ร้อง
หรือส่งเสียงสัญญาณเท่านั้น บางรุ่นบางระบบ
ยังสามารถทำหน้าที่ตัดสัญญาณไฟฟ้าภายในรถ
ทำให้รถไม่สามารถสตาร์ทเครื่องได้อีกด้วย
จะเห็นได้ว่า อุปกรณ์กันขโมยนั้น มีส่วนเกี่ยวข้อง
โดยตรงกับระบบไฟฟ้าภายในรถยนต์
ดังนั้น หากคุณผู้ท่านใดกำลังคิดติดตั้งอุปกรณ์กันขโมยล่ะก็
อย่าเลือกเพียงแค่ยี่ห้อที่ราคาถูกเท่านั้นนะครับ
ควรพิจารณาปัจจัยความน่าเชื่อถืออื่นๆ
นอกเหนือจากราคาด้วยจะดีที่สุดครับ


>>> เกียร์พิเศษ(แต่ธรรมดา)

คุณผู้ฟังครับ ทุกวันนี้ได้เริ่มมีรถยนต์
หลายรุ่นได้ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติชนิดพิเศษขน
ใช่ครับผมกำลังหมายถึงมีระบบควบคุมเกียร์ขึ้นลงด้วยตัวเอง
หรือ เกียร์บวก-ลบนั้นเอง รถบางรุ่นอาจติดตั้งเกียร์ระบบนี้ไว้ที่
ตำแหน่งคันบังคับเกียร์ตามปกติ และเมื่อต้องการเปลี่ยนเกียร์
ก็สามารถโยกขึ้นหรือโยกลงได้เลย แต่บางรุ่นก็อาจใช้วิธี
ผลักเกียร์ไปทางซ้ายหรือขวา แทนการขึ้นลงของเกียร์ครับ
และบางรุ่นก็นำ ระบบควบคุมนี้ มาติดตั้งบนพวงมาลัยแทน
ซึ่งการควบคุมลักษณะนี้ คุณผู้ฟังโปรดอย่าเข้าใจว่า
เป็นการเปลี่ยนระบบเกียร์ของรถให้กลายเป็นระบบเกียร์ธรรมดา
เพราะยังเป็นระบบเกียร์อัตโนมัติตามปกติ
และมีการสูญเสียกำลังในการเปลี่ยนเกียร์เหมือนเดิมด้วยนะครับ


>>> ใช้เกียร์อัตโนมัติให้เป็น 1

หลายๆคนที่เป็นเจ้าของรถเกียร์อัตโนมัติคงคิดในใจ
ว่าตัวเองช่างเกิดมาโชคดีเหลือเกินใช่มั้ยครับ
เพราะการขับรถเกียร์อัตโนมัตินั้นง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย
แต่วันนี้ ผมจะย้ำถึงเรื่องการใช้เกียร์อัตโนมัติ
แบบถูกต้องเพื่อให้หลายท่านที่ลืมวิธีการใช้
อย่างถูกวิธีอีกสักครั้งนะครับ เช่น การถอยรถนั้น
ก่อนจะเลื่อนตำแหน่งเกียร์มายังตำแหน่ง R นั้น
ผู้ขับขี่ควรเหยียบแป้นเบรกก่อนเลื่อนเกียร์มายังตำแหน่ง R
รอสัก 1-2 วินาที จนคลัตช์จับตัวให้สนิทให้ดีก่อน
แล้วจึงค่อยๆ ปล่อยเบรก และค่อยๆ เหยียบคันเร่งเพื่อถอยหลัง
ในการเข้าเกียร์ P และ R ควรทำเมื่อรถจอดสนิทแล้วเท่านั้น
คุณไม่ควรเลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่ง N ในขณะที่รถวิ่งอยู่
ส่วนในตอนที่คุณสตาร์ตรถก็ควรเหยียบเบรกเท้าให้แน่นทุกครั้งด้วย
จริงๆแล้วยังมีวิธีที่ถูกต้องอีกมากมายที่คุณควรรู้ใน
การใช้เกียร์อัตโนมัติเพื่อให้เจ้ารถยนต์คันโปรดของคุณ
อยู่กับคุณไปนานๆดังนั้นเอาใจใส่กับเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ดีเหมือนกันนะครับ


>>> ใช้เกียร์อัตโนมัติให้เป็น 2

คุณผู้ฟังครับ รถที่คุณผู้ฟังกำลังขับอยู่
เป็นรถเกียร์อะไรครับ เกียร์ธรรมดาหรืออัตโนมัติ
ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติล่ะก็ ลองฟังทางนี้ครับ
ในการเบรกหรือหยุดรถนั้น ไม่ควรปลดเกียร์ไปยังตำแหน่ง N ในขณะที่
รถยังจอดไม่สนิทครับ เพราะทำให้แรงเฉื่อยของรถมีมาก
และทำให้เบรกต้องทำงานหนักมากขึ้น
ระยะเบรกก็อาจยาวขึ้น และเกิดความเสียหายกับชุดเกียร์ได้อีกด้วย
และเมื่อรถติดไฟแดงระยะสั้นๆ ไม่นาน
ควรเหยียบเบรกค้างไว้จะดีกว่า
เพราะการเลื่อนเกียร์สลับไปมาระหว่าง N และ D นั้น
จะทำให้ชุดเกียร์สึกหรอมากขึ้น
และหากกลัวไฟเบรกหลังจะสร้างความรำคาญให้ผู้ที่ขับตามมา
ก็สามารถดึงเบรกมือแทนได้นะครับ

Top

July

 

>>> หน้าฝน
เรื่องที่จะชวนคุณผู้ฟังคุยกันในวันนี้
เกี่ยวกับเหตุการณ์ช่วงนี้โดยเฉพาะเลยครับ
เป็นเรื่องลื่นๆเปียกๆครับ ช่วงนี้ ฝนตกแทบไม่เว้นวัน
คุณผู้ฟังที่ใช้รถใช้ถนนอยู่ควรใช้ความระมัดระวัง
ในการขับขี่เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฝนตกหนัก
สังเกตว่า มีผู้ขับขี่หลายท่านจะเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินขณะขับ
โดยเข้าใจผิดคิดว่า เป็นการให้รถที่ขับอยู่ข้างหน้า และข้างหลัง
ได้เห็นรถของเราโดยชัดเจน ความจริงเป็นอันตรายมากกว่านะครับ
เพราะทำให้รถที่ขับรถตามหลังมา ไม่สามารถรู้เลยว่า
เราจะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือเปลี่ยนเลนเมื่อไหร่
ที่จริงแล้ว แค่เปิดไฟหน้าส่องสว่างก็เพียงพอแล้ว
และควรรักษาระยะห่างมากกว่าปกติ
และไม่ควรเปลี่ยนช่องทางโดยไม่จำเป็นครับ


>>> อุบัติเหตุ
ไม่ต้องพึ่งดุสิตโพล ไม่ต้องกวนเอแบคโพล
จากการสำรวจด้วยตัวผมเอง พบว่า
สิ่งที่ผู้คนไม่อยากเจอที่สุดบนท้องถนน
ก็คือ อุบัติเหตุครับ มีการวิจัยพบว่า 46 %
ของอุบัติเหตุที่เกิดบนท้องถนนนั้น
เกิดจากการคาดคะเนระยะทางผิดพลาด
38 % เกิดจากผู้ขับขี่หลับในหรือประมาท
ส่วนที่เหลืออีกสิบกว่าเปอรืเซนต์ เกิดจากปัญหา
ที่อยู่นอกการควบคุม เช่นรถคันอื่น หรือปัญหาทางเทคนิค
จะเห็นได้ว่า กว่า 80 % ของอุบัติเหตุนั้น
สามารถป้องกันได้ หากผู้ขับขี่นั้นขับอย่างปลอดภัย
และมีสติอยู่เสมอครับ


>>> Lane Departure Warner
คุณผู้ฟังคงเคยขับรถทางไกลไปต่างจังหวัดกันบ้างใช่ไหมครับ
สิ่งหนึ่งที่เราจะพบได้บ่อยในการขับรถทางไกลก็คือ
บรรดารถบรรทุกหรือรถใหญ่ๆ ทั้งหลาย
เวลาขับสวนกับรถของเราแต่ละครั้ง
แหม เสียวเหลือเกินนะครับ แล้วจะยิ่งเสียวเป็น 2 เท่า
เมื่อเราไม่แน่ใจว่าคนขับรถคันนั้นกำลังหลับอยู่หรือเปล่า ?
ดังนั้น จึงมีการประดิษฐ์อุปกรณ์
ที่เรียกว่า Lane Departure Warner ซึ่งจะทำงาน
ดูแลการควบคุมของรถให้ผู้ขับอยู่ในสภาพปกติ
และหากเกิดการขับขี่ที่ผิดปกติ ได้แก่
การขับขี่ที่ส่ายไปมาออกนอกเลน
ระบบจะส่งเสียงเตือนทันที
เหมือนช่วยเตือนสติหรือปลุกคนขับนั้นเองครับ
เฮ้อ พูดไปก็เศร้า เมื่อไหร่น้า
เรามีหวานใจมานั่งข้างๆ คอยปลุกเราบ้างน้อ...


>>> ประกันภัยรถชั้น 1
ทุกวันนี้ คงไม่มีใครขับรถโดยปราศจากประกันภัย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับคนที่เพิ่งถอยรถใหม่ป้ายแดง
และบรรดามือใหม่หัดขับทั้งหลาย
ควรเลือกทำประกันชั้น 1 จะคุ้มค่ากว่า
เพราะแม้การทำประกันชั้น 1 นั้น
คุณต้องเสียค่าเบี้ยประกันที่สูงกว่า
แต่ก็ให้การคุ้มครองที่ครอบคลุมที่สุด เพราะคุ้มครอง
ความเสียหายทั้งรถคันงามของคุณ และรถของคู่กรณีด้วย
ซึ่งบางคนอาจต้องการประหยัดประหยัด
เลือกทำประกันชั้น 3 ซึ่งคุ้มครองเฉพาะคู่กรณี
ดังนั้น เมื่อรถของเจ้าตัวเสียหาย
ก็ต้องจ่ายค่าซ่อมเอง ซึ่งไปๆ มาๆ แล้วอาจต้องจ่ายมากกว่าอีก
เข้าตำรา เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ไปซะนี่ เฮ้อ...


>>> Electronic Crumple Zone
เคยมีท่านผู้ฟังหลายท่านบ่นให้ฟังว่า
สถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกง่วงนอนเอามากๆ
ได้แก่เวลาขับรถระยะทางไกลๆ ครับ
ซึ่งการหลับในนั้น น่ากลัวพอๆ กับเมาแล้วขับเลยล่ะครับ
ดังนั้น จึงได้มีการประดิษฐ์นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย
ชิ้นใหม่ที่เรียกว่า Electronic Crumple Zone
ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยควบคุมรถเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
ระบบจะทำหน้าที่วัดระยะของรถกับรถคันข้างหน้า
ซึ่งหากระยะห่างนั้นเริ่มใกล้ขึ้นๆ โดยไม่มีปฏิกิริยา
ตอบสนองจากคนขับ ระบบจะส่งสัญญานเตือน
พร้อมกับช่วยชะลอความเร็วของรถ
และระบบจะช่วยหยุดรถทันที
หากคนขับไม่ตอบสนองหลังสัญญาณเตือน
แต่แม้ถึงจะมีตัวช่วยแล้ว ทางที่ดีที่สุด ก็เมาไม่หลับ ขับก็ไม่หลับนะครับ


>>> หมอนรองศีรษะ
ในรถของคุณผู้ฟังมีหมอนมั้ยครับ
ไม่ใช่หมอนหนุนนอนนะ แต่เป็นหมอนพิงศีรษะครับ
มีหลายท่านเข้าใจว่าภาษาอังกฤษคือ Head Rest
แต่ที่ถูกต้องแล้วมาจากคำว่า Head Restraint
ซึ่งไม่ใช่แค่รองหรือพิงศีรษะ แต่เป็นส่วนที่ช่วยปกป้อง
ชีวิตของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเลยทีเดียว
เพราะหมอนพิงศีรษะถูกออกแบบมาเพื่อ
ป้องกันการสะบัดของคออย่างรุนแรงอันเกิดจาก
การชนจากทางด้านหลังหรือท้ายรถนั่นเอง
และการปรับระดับหมอนพิงศีรษะที่ต่ำเกินไปจะไม่ช่วย
ป้องกันการบาดเจ็บดังกล่าว
ดังนั้น ต้องปรับความสูงของหมอนพิงให้สูงกว่า
ปลายบนสุดของใบหู หรือสังเกตง่ายๆ
ให้ระดับของหมอนพิงศีรษะรับกับส่วนหลังของกะโหลก
ไม่ใช้ท้ายทอย นั่นเองครับ


>>> Virtual Reality
คุณรู้หรือเปล่าครับว่าทุกวันนี้
การออกแบบรถยนต์ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียง
2 มิติในคอมพิวเตอร์อีกต่อไปแล้วนะครับ
เพราะได้มีการวิวัฒนาการการออกแบบรถยนต์ระบบใหม่
ที่เรียกว่า VR หรือ Virtual Reality หรือที่เรา
คุ้นเคยกันในชื่อว่า ภาพจำลองเสมือนจริงนั่นเองครับ
ด้วยระบบ Virtual Reality จะทำให้นักออกแบบรถยนต์
สามารถออกแบบรถเป็นระบบ 3 มิติ
ทำให้ทีมงานออกแบบสามารถดูภาพสเก็ตช์ในทุกมุมของรถ
โดยไม่ต้องสร้างแบบจำลองขึ้นมา
นอกจากนี้ ยังสามารถทดสอบการทำงานของรถ
ด้วยการจำลองสถานการณ์จริง เช่น การแล่นบนถนน
ที่มีการจราจรติดขัด หรือบนถนนสภาพต่างๆ
ซึ่งวิธีนี้ สามารถประหยัดงบประมาณ
ในการออกแบบอย่างมหาศาล แต่ไม่รู้ว่า
จะช่วยให้ราคารถที่ขายๆ กันอยู่เนี่ย ถูกลงบ้างไม่นะ


>>> เข็มขัดนิรภัยแห่งอนาคต
เราเคยคุยกันถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เกี่ยวกับเข็มขัดนิรภัย
หลายครั้งแล้ว อาทิ เข็มขัดนิรภัยแบบพรีเทนชันเนอร์
ที่ช่วยดึงและรั้งก่อนเกิดอุบัติเหตุ
วันนี้ ผมมีเข็มขัดนิรภัยอีกรุ่นมาเล่าให้ฟังครับ
นั่นคือเข็มขัดนิรภัยรูปตัว V สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าครับ
ซึ่งปกติแล้ว เข็มขัดนิรภัยรูปตัว V นี้
จะถูกติดตั้งในรถแข่งหรือเบาะนิรภัยของเด็ก
โดยจะเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้น
โดยส่วนบนของเข็มขัดนิรภัย จะพาดลงไปบนไหล่ทั้ง 2 ข้าง
และส่วนล่างของเข็มขัด จะยึดบริเวณสะโพกด้านซ้ายและขวา
ซึ่งจะช่วยป้องกันหัวไหล่ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ
และยังช่วยตรึงร่างกายทั้งหมดให้อยู่กันที่
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้นพลิกคว่ำด้วยครับ

>>> ขับกลางคืน
มีผู้ฟังหลายคนคิดเห็นตรงกันว่า
ชอบขับรถตอนกลางคืนมากกว่า
เพราะชอบเที่ยวกลางคืนกัน เอ๊ย ไม่ใช่ครับ
เป็นเพราะตอนกลางคืนนั้น จำนวนรถบนท้องถนนจะน้อยกว่า
ถนนก็ว่างกว่า ไปไหนมาไหนทันใจกว่าเยอะ
ไม่ต้องหงุดหงิดกับแสงแดดอันร้อนระอุ
แต่ความจริงแล้ว การขับรถกลางคืนนั้น
ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
อย่าลืมว่า แม้รถจะน้อยกว่า แต่ส่วนใหญ่
จะขับกันด้วยความเร็วที่สูงกว่าปกติ
นอกจากนี้ ควรระวังจุดก่อสร้างต่างๆ ให้ดี
เพราะมักมีการขุดเจาะทำงานกันตอนกลางคืน
ดังนั้น ต้องหมั่นสังเกตเครื่องหมายและไฟเตือนต่างๆ ด้วย
จะได้ถึงที่เที่ยว เอ๊ย ถึงบ้านกันโดยสวัสดิภาพไงครับ

>>> เพิ่มลมยาง
ช่วงนี้ ท่านผู้ฟังที่ขับรถยนต์
อาจมีอาการหงุดหงิดเพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อย
เพราะย่างเข้าหน้าฝนแล้ว ฝนตกแทบไม่เว้นวัน
น้ำท่วมบ้าง รถติดบ้าง ก็เป็นปกติของกรุงเทพมหานคร
คุณผู้ฟังที่กำลังขับรถอยู่ควรใช้ความระมัดระวัง
ในการขับขี่เป็นพิเศษนะครับ
ยางรถยนต์ก็มีผลต่อความปลอดภัยมากครับ
หากสูบลมยางน้อยเกินไป ก็อาจทำให้รถยนต์แฉลบได้ง่าย
ดังนั้น ในหน้าฝน ควรเพิ่มแรงดันลมยาง
ให้มากกว่าปกติซัก 2-3 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
เพื่อให้หน้ายางแข็งและมีกำลังในการรีดน้ำมากขึ้นครับ
เอาล่ะครับ ไหนฝนก็ตกลงมาแล้ว
ขับรถกันอย่างใจเย็นๆ นะครับ
จะได้ถึงที่หมายโดยปลอดภัยไงครับ


>>> หน้าปัดแดงหรือจะสู้…
คุณๆเคยสังเกตกันบ้างมั้ยครับว่า
เวลาเราดูภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ที่มีเรื่องราว
เกี่ยวกับเรือดำน้ำ หรือเครื่องบิน
เรามักเห็นว่าหน้าปัดแผงควบคุมภายใน
ยานพาหนะเหล่านี้ มักจะใช้ไฟโทนสีแดงรู้มั้ยครับว่าเพราะอะไร
สาเหตุที่ผู้ประดิษฐ์ เลือกใช้ไฟสีแดงเป็นเพราะได้มีการวิจัยและพบว่า
สีแดงนั้นจะรบกวนสมาธิผู้ขับขี่น้อยกว่าสีอื่นครับ
จึงจะเห็นได้ว่า เคยมียุคหนึ่ง รถยุโรปยี่ห้อดังๆทั้งหลาย
ต่างใช้ไฟหน้าปัดสีแดงกันเป็นแถว
แต่การศึกษาต่อมาพบว่า สีแดงที่สว่างมากๆ นั้น
กลับรบกวนสายตาด้วยเช่นกัน
ดังนั้น ต่อมาจึงได้มีการออกแบบแผงหน้าปัด
โดยไม่ยึดติดกับสีแดงอีกต่อไป

>>> สิบล้อตีนผี
วันนี้ ผมจะเล่าถึงเทคโนโลยีเพื่อพี่บิ๊กใหญ่บนท้องถนนกันบ้างดีกว่า
ผมหมายถึง บรรดารถสิบล้อหรือเหล่ารถบรรทุกนั่นเองนะครับ อย่าคิดมาก
ปัจจุบัน ได้มีการคิดค้นระบบ Electronic Draw-Bar
ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นเพื่อลดต้นทุนของค่าใช้จ่าย
ในการขนส่งขึ้นแล้วครับ โดยระบบ Electronic Draw-Bar นี้
จะช่วยให้รถบรรทุกสองคันขับตามกันได้
โดยคันหลังที่ขับตามไม่ต้องมีคนขับครับ
ส่วนคันหน้าต้องมีคนขับทำหน้าที่ควบคุมรถตามปกติ
ทำให้จากเดิมที่อาจต้องใช้คนขับ 2 คนต่อคัน
เพื่อผลัดเปลี่ยนกันขับ สิบล้อ 2 คันก็เท่ากับ 4 คน
แต่ด้วยระบบนี้ ใช้เพียง 2 คนเท่านั้นก็พอครับ
ว่าแต่เจ้าคันหลังที่ไม่มีคนขับนี่สิ
อาจจะทำให้คุณต้อง ต๊กกะใจ มากกว่าหรือเปล่านะเนี่ย…เฮอะๆๆ

>>> ฟิลม์กรองแสง
อาการร้อนๆ อย่างประเทศไทยของเราเนี่ยะ
มีส่วนสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิการจราจรบนท้องถนน
ที่ติดขัดกันอย่างเดือดระอุอยู่แล้ว
ยิ่งทวีความร้อนยิ่งขึ้นๆ ไปอีกว่ามั้ยครับ
ดังนั้น ทุกวันนี้ จะเห็นได้ว่า ผู้ขับขี่รถส่วนมาก
ต่างไม่ยอมขับรถกระจกใสๆ ตากแดดกันอีกต่อไปแล้ว
ทำให้ ฟิลม์กรองแสง กลายเป็นปัจจัยสำคัญ
สำหรับรถยนต์ในบ้านเรา แต่คุณรู้หรือเปล่าว่าจริงๆแล้วฟิล์มกรองแสง
นอกจากจะช่วยลดระดับความร้อนจากรังสียูวีแล้ว
ยังช่วยยืดอายุวัสดุและอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆภายในรถยนต์อีกด้วย
นอกจากนั้นยังช่วยลดความแรงของแสงที่ส่องเข้ามาในห้องโดยสาร
ไม่ให้ทำลายสายตาคุณ
ช่วยให้มุมมองสายตาในการขับขี่ดีขึ้นไม่ทำลายสายตา
นอกจากนี้ ฟิลม์กรองแสงยังเป็นตัวยึดเหนี่ยวกระจก
ไม่ให้แตกกระจาย เมื่อเกิดการชนด้วยครับ อืม ดีจริงๆเลยนะครับ


>>> กันขโมยป้ายแดง
ทุกวันนี้ เวลาขับรถไปบนถนน
เราจะเห็นรถใหม่ป้ายแดงวิ่งกันเป็นทิวแถวไปหมด
เห็นรถใหม่ๆ อย่างนี้แล้ว ถ้าคุณลองไปถามเจ้าของรถดู
แทนที่เขาจะภูมิใจในรถโก้คันใหม่เอี่ยมอ่อง
แต่ที่ไหนได้ พวกเขาทั้งหลายกลับหวั่นวิตกกลัวว่า
รถคันใหม่สุดรัก จะตกเป็นเหยื่อของโจรขโมยรถไปเสียนี่
ทำให้อุปกรณ์กันขโมย กลายเป็นอีก 1 อุปกรณ์เสริมชิ้นสำคัญ
สำหรับรถใหม่ป้ายแดงแทบทุกคัน
แต่คุณผู้ฟังรู้มั้ยครับ อุปกรณ์กันขโมยเหล่านี้
ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าสำคัญๆ ของรถ
ไม่ว่าจะเป็นการเปิดปิดประตู ชุดควบคุมการสตาร์ทเครื่อง
ไปจนถึงแบตเตอรี่ ดังนั้น การเลือกติดตั้งกันขโมยสักชุด
จึงควรเลือกยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ มีใบรับประกันที่แน่นอน
มีบริการตรวจสอบตลอดระยะประกัน
และติดตั้งโดยร้านที่วางใจได้ด้วยนะครับ


>>> เกียร์ N & D
เฮอะ นึกถึงการจราจรบนท้องถนน
ในกรุงเทพมหานครของเรา คงหลีกหนีไม่พ้น
การติดขัด ติดแหงก ติดแหงแก๋
แต่โชคยังดีที่ฟ้ายังมีตาแล้วประทาน
รถยนต์เกียร์อัตโนมัติมาให้พวกเราได้ใช้กันทุกวันนี้
โดยไม่ต้องคอยเหยียบคลัทช์เข้าเกียร์กันให้เมื่อย
แต่คุณรู้กันมั้ยครับ ว่าการเลื่อนเกียร์อัตโนมัติ
ระหว่างเกียร์ N กับ D นั้น ถูกออกแบบให้สามารถเลื่อน
ได้โดยไม่ต้องกดปุ่มครับ ไม่ใช่เพื่อความสะดวกเพียงอย่างเดียวนะครับ
เพราะการกดปุ่มขณะเลื่อนเกียร์ระหว่าง N กับ D
นอกจากจะเปล่าประโยชน์แล้ว บางที
คุณอาจเผลอลืมตัว จนเลื่อนมาถึงเกียร์ที่ต่ำกว่า
หรือเผลอเข้าเกียร์ถอยหลังจนได้
ดังนั้น จำไว้นะครับว่า N ไป D หรือ D ไป N
ไม่ต้องกดปุ่มนะครับ


>>> ตาวิเศษเห็นนะ
แม้การจราจรยามค่ำคืนจะมีปริมาณรถยนต์
น้อยกว่าในเวลากลางวันมากกว่าร้อยละ 20
แต่ในความเป็นจริงแล้ว อุบัติเหตุที่รุนแรงนั้น
กลับเกิดขึ้นในเวลากลางคืนมากกว่ากลางวัน
ถึง 40 % นั่นเป็นเพราะปริมาณของรถยนต์ที่น้อยกว่า
ทำให้ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูงขึ้น และยิ่งไปกว่านั้น
ผู้ขับขี่จะเห็นสิ่งกีดขวางในที่มืดได้ไม่เกิน 40 เมตรเท่านั้น
ดังนั้น จึงได้มีการคิดค้นเจ้าตาวิเศษ
หรือที่เรียกว่า Night Vision ขึ้น โดยระบบนี้
จะใช้กล้องวิดีโออินฟราเรดติดตั้งไว้ที่ไฟหน้า
พร้อมแปลงสัญญาณเป็นภาพขาวดำกลับไปยัง
หน้าจอ LCD ที่ติดตั้งอยู่ที่แผงหน้าปัดด้านหน้า
สามารถเตือนผู้ขับขี่ถึงสิ่งกีดขวางในระยะ 150 เมตรได้
แต่ถึงจะมีตาวิเศษ แต่ถ้าตาคนขับ…ดันหลับอยู่ล่ะก็
เฮอะ อะไรก็ช่วยไม่ได้แล้วล่ะครับ


>>> นักสืบใต้ท้องรถ
วันนี้ ผมจะช่วยบอกวิธีให้คุณมาลองเป็นนักสืบกันดีกว่า
ไม่ใช่นักสืบธรรมดานะครับ แต่เป็นนักสืบใต้ท้องรถ
ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ ในการตรวจสอบความผิดปกติของรถคุณ
หลังจากที่ใช้รถมาทั้งวัน ให้ลองหากระดาษหนังสือพิมพ์
หรือกระดาษขาวมาปูใต้ท้องห้องเครื่อง
พอตอนเช้าตื่นขึ้นมา ก็ตรวจดูซิว่า
มีรอยน้ำมันสีคล้ำขอบเป็นสีเหลืองหยดอยู่บนกระดาษหรือเปล่า
ถ้ามี แสดงว่ามีน้ำมันเครื่องรั่วซึมแล้วล่ะครับ
แต่ถ้าเป็นหยดสีแดงคล้ำ แสดงว่าเป็นน้ำมันเกียร์อัตโนมัติรั่วจากระบบเกียร์
ถ้าสีเหลืองใสๆ นั่นก็หมายความว่าว่าเป็นน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
ส่วนสีเขียวอ่อน ก็จะเป็นน้ำหล่อเย็นจกระบบระบายความร้อนรั่ว
แต่ถ้าเป็นน้ำธรรมดาใสๆ ก็สบายใจได้ครับ
เพราะเป็นน้ำจากระบบเครื่องปรับอากาศ
ซึ่งเป็นอาการธรรมดา ไม่ใช่สิ่งผิดปกติครับ


>>> กินซ้ายกินขวา
วันนี้เรามาพูดเรื่องกินๆกันบ้างดีไหมครับ
แต่เป้นเรื่องกินๆของรถนะครับ
คุณผู้ฟังเคยสังเกตมั้ยครับว่า
ถ้าขณะขับรถ แล้วลองปล่อยมือจากพวงมาลัย
เป็นระยะสั้นๆ รถของคุณจะวิ่งออกไปทางซ้ายหรือทางขวา
อาการแบบนี้ เรียกว่าวิ่งกินซ้ายหรือกินขวาครับ
ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจาก มุมล้อผิดปกติจากมาตรฐาน
ที่กำหนด ซึ่งอาจเป็นเพราะเคยขับรถตกหลุมอย่างแรง
หรือชนกับขอบทางเท้า หรือบางครั้งอาจเกิดขึ้นจากการสึกหรอ
ของดอกยางก็เป็นได้ครับ ถ้าพบว่ารถมีการวิ่ง
กินซ้าย กินขวา ควรรีบพาไปลดความอ้วน
เอ้ย พบช่างจะดีที่สุดนะครับ


>>> Cruise Control
วันนี้ ผมจะขอแนะนำอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งในรถยนต์
แหม อุปกรณ์ตัวนี้ แค่ชื่อก็บอกถึงความไม่ธรรมดาแล้ว
เพราะดันไปคล้ายพระเอกหนุ่มฮอลลีวู๊ดรูปหล่อ
ผู้ปฏิบัติภารกิจที่ไม่อาจเป็นไปได้ mission impossible
ไงครับ ระบบนี้มีชื่อว่าคือ แอ่น แอน แอ๊นซ์
ครู๊ซ คอนโทรลครับ ครู๊ซ คอนโทรล คือระบบ
ที่นิโคล คิดแมน คิดค้นขึ้นเพื่อควบคุมอดีตสามีรูปหล่อคนนี้
โอ้ย ไปกันใหญ่แล้ว ครู๊ซ คอนโทรล
คือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ เป็นระบบที่จะรักษา
ความเร็วรถให้คงที่ โดยที่ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องเหยียบคันเร่ง
ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกสบายเมื่อต้องขับรถในระยะทางไกลๆ
เช่น บนมอเตอร์เวย์ หรือทางหลวงต่างๆ ครับ
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้ระบบนี้ สำหรับการขับขี่ในเมือง
หรือสภาพถนนที่ลื่น ฝกตกหนัก มีลมแรง
และมีทัศนวิสัยที่ไม่ดีนะครับ


>>> น้ำมันเครื่อง
ขึ้นชื่อว่ารถแล้ว คงเป็นไปไม่ได้เลย
ที่จะมีรถคันไหนคทำงานได้โดยปราศจากน้ำมัน
ซึ่งไม่เพียงแค่น้ำมันเบนซินหรือดีเซล ที่ใช้เติมเป็นเชื้อเพลิงเท่านั้นนะครับ
น้ำมันเครื่อง ก็เป็นน้ำมันในระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์
ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับรถทุกคันไม่แพ้กัน
ดังนั้น จึงต้องคอยตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องอย่างสม่ำเสมอ
เพราะปริมาณน้ำมันเครื่องที่น้อยเกินไป
จะไม่ช่วยให้การหล่อลื่นเครื่องยนต์เพียงพอ
ส่งผลให้เครื่องยนต์เสียหายได้
แต่หากคุณเผลอเติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป
ชิ้นส่วนต่างๆ ก็จะแช่อยู่ในน้ำมัน
ความหนืดก็จะมากขึ้น ทำให้กำลังของเครื่องยนต์
ออกมาไม่เต็มที่ เพราะมีแรงต้านจากน้ำมันเครื่องนั่นเอง


Top

August

 

>>> ไฮบริด
คุณผู้ฟังคงคุ้นเคยกันดีกับเครื่องยนต์เบนซิน
และเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเป็น 2 เครื่องยนต์หลัก
เพราะกว่า 90 % ของรถยนต์ทั่วโลกใช้งานกันอยู่นะครับ
แล้วคุณผู้ฟังเคยได้ยินเครื่องยนต์ไฮบริดไหมครับ
เครื่องยนต์ไฮบริดนั้น เป็นเครื่องยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมครับ
เพราะเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า
และน้ำมันเชื้อเพลิงควบคู่กันไป
นอกจากจะเป็นการประหยัดน้ำมันแล้ว
ยังช่วยลดมลพิษอีกด้วย ด้วยเหตุนี้นี่เองเครื่องยนต์ไฮบริด
จึงเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น อย่างเช่นในรถโตโยต้าพรีอุส
ก็มีจำหน่ายอยู่นับแสนคันทั่วโลก
แหม ประหยัดน้ำมันอย่างนี้
ราคาน้ำมันจะขึ้นจะลงแค่ไหน ก็ยังพอเบาใจกันได้


>>> นักสืบปลายท่อ
วันนี้ ผมจะชวนคุณผู้ฟังมาเป็นนักสืบกันอีกซักครั้งนะครับ
คราวนี้ เราจะมาเป็น นักสือปลายท่อกันครับ
อ๊ะๆ อย่าเพิ่งขำไปนะครับ นักสืบปลายท่อเนี่ยะ
ไม่ใช่นักสืบปลายแถวนะ แต่เป้นผู้สืบเสาะ
ถึงอาการต่างๆ ของรถยนต์ของคุณได้
ก่อนอื่นลองติดเครื่องรถยนต์จนได้อุณหภูมิที่ทำงานตามปกติ
แล้วลงจากรถ มาสังเกตควันจากท่อไอเสียกัน
ถ้าควันไอเสียเป็นสีขาว เกิดจากน้ำมันเครื่องเข้าไปให้ห้องเผาไหม้
สันนิฐานว่าเกิดจากอาการเครื่องยนต์หลวม
ถ้าควันไอเสียเป็นสีดำ แสดงว่าระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงบกพร่อง
ระบบการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ครับ
แล้วถ้าหากขณะอุ่นเครื่องที่รอบเดินเบา มีหยดน้ำออกมาทาง
ท่อไอเสีย แสดงว่า เครื่องยนต์เผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์ดีเยี่ยมครับ


>>> ยอดรถคอมพิวเตอร์
คุณผู้ฟังยังจำเจ้าคิดได้มั้ยครับ ?
เมื่อสิบกว่าปีก่อน มีซีรีส์อเมริกาเรื่องดังที่ฉายในเมืองไทย
เป็นเรื่องของพระเอกนักสืบกับรถยนต์ที่มีความฉลาดเฉลียว
สามารถสื่อสารและขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้ราวกับมีชีวิต
ใช่แล้ว เจ้าคิด อัศวินคอมพิวเตอร์นั่นเอง
แม้ทุกวันนี้ ยังไม่มีรถอัจฉริยะอย่างเจ้าคิดออกจำหน่าย
แต่คุณผู้ฟังรู้มั้ยครับ ภายในรถทุกวันนี้
ก็มีชิ้นส่วนของไมโครชิฟคอมพิวเตอร์
ติดตั้งอยู่แทบทุกระบบของรถ
อย่างรถยนต์รุ่นล่าสุดจากเยอรมันนั้น
มีไมโครโปรเซสเซอร์เชื่อมต่อกันมากมายถึงกว่า 40 จุด
แหม ยังกับรถคอมพิวเตอร์ยังไงยังงั้น
แต่ ไฮเทคซะขนาดนี้ พี่ช่างทั้งหลาย
คงต้องไปลงเรียนคอมพิวเตอร์เพิ่มซะละมังครับ
จะได้ไล่ตามเทคโนโลยีให้ทัน


>>> นักสืบจมูกทอง
เอาล่ะครับ วันนี้ เราจะมาเป็นนักสืบกันอีกซักครั้ง
คราวนี้ เราจะเป็น นักสืบจมูกทองกัน
ไม่ต้องพึ่ง คุณสุนัขตำรวจ K9 ที่ไหน
คุณผู้ฟังเนี่ยแหล่ะครับ เป็นได้ทันทีเลย
เพียงรู้จักหมั่นสังเกต เวลามีกลิ่นอะไรแปลกปลอมเข้ามาในห้องโดยสาร
เช่น ถ้ากลิ่นยางไหม้ อาจเกิดจากบางส่วน
ของท่อยางไปสัมผัสกับส่วนที่ร้อนจัด
หรือผ้าเบรกติดหรือล็อกตายก็เป็นได้
และหากมีกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาให้ห้องโดยสาร
แสดงว่าข้อต่อหรือท่อน้ำมันมีการรั่วซึม
ให้เปิดกระจกรถและเปิดพัดลมแรงสุด
และอย่าสูบบุหรี่หรือจุดประกายไฟใดๆ
เพื่อป้องกันเพลิงลุกไหม้ครับ


>>> ก่อนจะเปลี่ยนหลอดไฟ
แหม แทบจะกลายเป็นแฟชั่นสำหรับการแต่งรถไปแล้ว
นอกจากจะเปลี่ยนล้อแม็ก โหลดเตี้ย ใส่ท่อเนี่ย
การเปลี่ยนหลอดไฟไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟถอย ไฟท้าย ก็กำลังเป็นที่นิยม
อ๊ะๆ สำหรับใครที่กำลังคิดอยากเปลี่ยนหลอดไฟล่ะก็
ฟังทางนี้ก่อนครับ การเปลี่ยนหลอดไฟวัตต์สูงๆ
ไม่ได้แปลว่าจะทำให้มองถนนได้ชัดเจนเสมอไป
เพราะยังขึ้นอยู่กับการสะท้อนของจานฉายด้วย
ซึ่งบริษัทผู้ผลิตรถส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับไฟวัตต์สูงๆ
นอกจากนี้ รถที่วิ่งสวนทางมา
ก็อาจถูกแสงไฟจากรถของเราแยงตา ก่อให้เกิดอันตรายขึ้นได้
ดังนั้น ก่อนคิดจะเปลี่ยนหลอดไฟ อย่าลืมคิดหน้าคิดหลัง
และคิดเผื่อคันหน้าคันหลังบ้างก็ดีนะครับ

>>> ที่ปัดน้ำฝน
ช่วงนี้ ฝนตกแทบทุกวันเลยนะครับ
และถ้าฝนตกเมื่อไหร่ รถก็จะติดทันที
แหมก็มันเป็นของคู่กันนี่ครับ ขาดกันไม่ได้
นอกจากว่าฝนตกตอนตีสองตีสามก็ว่าไปอย่าง
ยิ่งฝนตกอย่างนี้ ก็ต้องดูแลรถของคุณให้ดี
จุดหนึ่งที่อยากให้หมั่นตรวจตราไว้ก็คือที่ปัดน้ำฝนครับ
เพราะเป็นอุปกรณ์สำคัญช่วยกำจัดน้ำที่เกาะอยู่บนกระจก
และบดบังเส้นทางได้ จึงควรดูแลให้อยู่ในสภาพ
ที่ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ถ้าพบว่าที่ปัดน้ำฝน
ปัดน้ำได้ไม่เกลี้ยง ปัดแล้วมีเสียงดังก็ควรเปลี่ยนได้แล้ว
บางท่านประหยัดเงินด้วยการเปลี่ยนใบปัดเฉพาะด้านคนขับ
เมื่อเก่าแล้ว จึงค่อยเปลี่ยนในใส่ด้านผู้โดยสาร
สลับกันไป ซึ่งเป็นการประหยัดที่เกินไปนิดนึงนะครับ
เพราะอย่างไร ทัศนวิสัยที่กว้างและชัดเจนกว่า
ย่อมเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ที่มากกว่า
โดยเฉพาะช่วงฝนตกชุกอย่างนี้ด้วยนะครับ

>>> เรื่องล้อ...อย่าล้อเล่น
วันนี้ เรามาคุยเรื่องล้อๆ กันดีกว่า
เรื่องล้อๆ เนี่ยะ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นกันนะครับ
อย่าลืมว่า ล้อคือชิ้นส่วนสำคัญของรถ
ที่อยู่ติดกับถนน พาคุณเลี้ยวซ้าย โฉบขวา
เดินหน้า ถอยหลัง แถมถ้าล้อไม่ติดพื้นเมื่อไหร่ละก็
ตัวใครตัวมันล่ะครับ การดูแลรักษาล้อและยาง
อย่างง่ายๆ ได้แก่การตรวจวัดลมยางทุก 2 สัปดาห์
สลับยางทุก 1 หมื่นกิโลเมตร และคอยดูการสึกหรอของดอกยางครับ
นอกจากนี้ การขับขี่ ก็สามารถแสดงถึงอาการผิดปกติของล้อและยางได้
เช่น การสั่นของพวงมาลัย ทำให้ยากแก่การควบคุม
อาการเหล่านี้จะส่งผลให้ช่วงล่างเสื่อมสภาพเร็ว
และเป็นอันตรายต่อการขับขี่ ทางที่ดี
ควรนำรถไปเช็คศูนย์ถ่วงล้อโดยเร็วที่สุดครับ


>>> ถุงลมไม่พอง
รถยนต์ในยุคปัจจุบัน ในรุ่นท๊อปหรือรุ่นสูงๆ
มักมีการติดตั้งถุงลมนิรภัยเป็นมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย
แต่ต้องไม่ลืมว่าถุงลมจะทำงานได้สมบูรณ์แบบก็ต่อเมื่อ
ทำงานร่วมกันกับเข็มขัดนิรภัยเท่านั้น
อย่างไรก็ตามการชนในบางลักษณะ
ก็อาจไม่ส่งผลให้ถุงลมนิรภัยทำงานเช่นกัน
เช่น การชนด้านข้าง การชนด้านหลัง
รถยนต์พลิกคว่ำ และการชนด้านหน้าด้วยความเร็วต่ำ
เพราะถุงลมนิรภัยนั้น จะทำงานเมื่อเกิดการชนปะทะ
ด้วยความเร็วที่สูงกว่าค่าที่กำหนด
ซึ่งได้แก่ความเร็วประมาณ 20-35 ก.มต่อช.ม.
อุปกรณ์อย่างถุงลมนิรภัย มีติดรถไว้ก็ดี
แต่ถ้าคุณไม่จำเป็นต้องใช้มันเลยก็คงเป็นการดีที่สุดล่ะครับ


>>> ประหยัดน้ำมันจริงหรือ
คุณผู้ฟังคงเห็นโฆษณาผ่านตาหลายต่อหลายครั้ง
ว่ารถรุ่นนี้ดีอย่างนั้น รุ่นนั้นดีอย่างนี้
แล้วยังบอกว่าสามารถประหยัดน้ำมันเป็นอย่างดี
เท่านั้นเท่านี้กิโลต่อลิตร คุณเคยสงสัยบ้างไหมครับว่า
การทดสอบการประหยัดน้ำมันนั้น เขาขับกันอย่างไร
เขาทำกันอย่างนี้ครับ ผู้ทดสอบจะต้องควบคุมความเร็วให้คงที่
ไม่เร่งแซงรถคันอื่น ไม่ใช้ความเร็วสูงเกินจำเป็น
ใช้ความเร็วค่อนข้างต่ำ เบรกเฉพาะเท่าที่จำเป็น
แม้กระทั่งเมื่อเจอไฟแดง ก็ใช้การคำนวณระยะ
เพื่อไม่ต้องใช้การเหยียบเบรก หรือไม่ก็คำนวณเวลา
ให้รถเข้าใกล้ไฟเขียว เพื่อขับต่อไปได้โดยไม่ต้องหยุด
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ลักษณะการขับทดสอบ
การประหยัดน้ำมันนั้น แตกต่างจากการขับขี่ใช้งาน
ในชีวิตจริงค่อนข้างมาก ดังนั้น ไม่ต้องตกใจนะครับ
ถ้าพบว่า ในการใช้รถจริงนั้น อาจจะไม่ได้ประหยัดน้ำมัน
อย่างที่เขาโฆษณากันไว้ก็เป็นได้

>>> อย่าขับอย่างนี้
รถยนต์รุ่นใหม่ๆทุกวันนี้ ได้ผ่านการทดสอบและค้นคว้า
เพื่อการประหยัดน้ำมันแทบทุกรุ่น
แต่ในการใช้งานจริงนั้น จะประหยัดน้ำมันได้แค่ไหน
ให้ลองถามตัวเองดูก่อนครับ ว่ามีลักษณะการขับอย่างนี้หรือเปล่า ?
เพราะนี่คือเหล่าสาเหตุของการสิ้นเปลืองน้ำมันทั้งนั้น
หนึ่ง ใจร้อน สตาร์ทเครื่องแล้วออกรถทันที
สอง ใจเย็นเกินไป อุ่นเครื่องอยู่กับที่นานเกินไป
สาม ติดนิสัยวัยรุ่น กดคันเร่งแรงๆ และเร็ว ให้รอบเครื่องขึ้นสูง
สี่ เร่งความเร็วจนชิดคันหน้าและแตะเบรกกระทันหัน
ห้า ละเลยการตรวจลมยาง ปล่อยให้ลมยางอ่อน หรือดอกยางสึก
เห็นมั้ยครับ ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องใกล้ตัว
ที่บางท่านอาจละเลยไป อย่าลืมนะครับ
ประหยัดน้ำมันหรือไม่ประหยัดนั้น
ไม่ได้อยู่แค่ที่รถ แต่อยู่ที่ตัวคนขับด้วยนะครับ


>>> ลดส่วนเกิน
เชื่อมั้ยครับ ทุกวันนี้ ส่วนมากเรามักจะเก็บสิ่งต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่เกินความจำเป็น
ทั้งๆ ที่ในความจริงแล้ว เราได้ใช้ของที่เราเก็บไว้ไม่ถึง 10 % ด้วยซ้ำ
ถ้าไม่เชื่อ เย็นนี้ กลับบ้านลองเปิดตู้เสื้อผ้าดู คุณจะพบว่า
มีเสื้อที่ใส่อยู่เป็นประจำไม่ถึง 1 ใน 4 ของตู้
แถมนิสัยช่างเก็บของคนเราเนี่ยะ
ก็ได้ระบาดมาถึงในรถด้วย
ลองสำรวจดูภายในรถและท้ายรถดูซิว่า
มีของไม่จำเป็นอยู่บ้างหรึอเปล่า ถ้ามี เอาออกบ้างก็ได้นะครับ
ยกเว้นกล่องเครื่องมือและยางอะไหล่ ที่ควรจะมีติดรถไว้
และเมื่อน้ำหนักรถเบาขึ้น อัตราการเร่งก็จะดีขึ้น
แถมยังช่วยประหยัดน้ำมันอีกด้วย
แหม ลดส่วนเกินรถช่างแสนง่ายดาย
แต่ทีลดส่วนเกินคนขับ ทำไมยากเย็นจริงจริ๊ง


>>> เพื่อมือใหม่ทั้งหลาย
ไม่มีใครขับรถเป็นตั้งแต่เกิดหรอกครับ
ดังนั้น คุณผู้ฟังทุกท่านต้องเคยเป็นมือใหม่หัดขับกันทั้งนั้น
ไม่ว่าจะให้ญาติพี่น้องที่หัดให้
หรือไปหัดขับตามโรงเรียนสอนขับรถ
ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการประดิษฐ์เครื่องจำลองการขับขี่
หรือ Driving Simulator ซึ่งเจ้าเครื่องจำลองการขับรถนี้
ประกอบด้วยห้องโดยสารจำลองซึ่งมีอุปกรณ์และหน้าตา
เหมือนรถยนต์จริงทุกประการ พร้อมจอฉายภาพขนาดใหญ่
และห้องโดยสารจำลองนี้ จะตั้งอยู่บนฐานการเคลื่อนไหว 6 แกน
ซึ่งจะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังขับรถอยู่จริงๆ
แถม เจ้าเครื่องจำลองการขับขี่นี้ สามารถ
เลือกได้ทั้งระบบเกียร์ธรรมดาและระบบเกียร์ออโต้ด้วย
ท่านเจ้าของโรงเรียนสอนขับรถได้ยินแล้ว
น่าจะลองเอามาใช้ซักเครื่องก็คงจะดีนะครับ


>>> บริการถึงที่
เชื่อมั้ยครับคุณผู้ฟัง เดี๋ยวนี้ เวลาขับรถไปไหนมาไหน
เขามีบริการอำนวยความสะดวกกันถึงในรถเลยนะครับ
แหม ผมไม่ได้หมายถึงการจำหน่ายพวงมาลัยตามสี่แยกไฟแดงนะครับ
เพราะที่เมืองนอกเนี่ย ภายในรถยนต์ชั้นหรูแบรนด์ดังยี่ห้อหนึ่ง
เขามีการติดตั้งอุปกรณ์ที่เรียกว่า เทเลมาติกส์
ซึ่งเจ้าอุปกรณ์นี้ ส่งสัญญาณเชื่อมต่อกับที่ศูนย์
ทำให้สามารถส่งต่อข้อมูลจากรถไปยังศูนย์บริการ
ได้ ไม่ว่าจะเป็นการรับและบันทึกแผนที่
แจ้งเหตุโจรกรรม ตรวจสภาพรถ ไม่แค่นั้น
ยังมีบริการจองห้องพักโรงแรม ห้องอาหาร
สั่งดอกไม้ก็ยังได้ เพียงกดปุ่มเรียกไป
บริการทั้งหลายก็จะถูกจัดส่งมาถึงรถที่คุณกำลังขับอยู่เลยทีเดียวครับ
แหม รถก็สวย บริการก็ดีอย่างนี้
น่าอิจฉาจริงๆ นะครับ


>>> น้ำมันเครื่อง
น้ำมันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ทุกคัน
แต่ไม่ใช่แค่น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเดียวนะครับ
น้ำมันเครื่อง ก็เป็นหัวใจสำคัญที่ใช้หล่อเลี้ยง
เครื่องยนต์เลยก็ว่าได้
น้ำมันเครื่องไม่เหมือนกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องเติมบ่อยๆ
ในทางกลับกัน น้ำมันเครื่องก็มีระยะเปลี่ยนถ่ายทิ้ง
เมื่อถึงระยะที่กำหนดด้วยเช่นกัน อย่างเช่นน้ำมันเครื่องชนิดธรรมดา
เราควรเปลี่ยนถ่ายทุกๆ 3000 กิโลเมตร
น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ เปลี่ยนถ่ายทุก 5000 กิโลเมตร
และน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ เปลี่ยนถ่ายทุกๆ 1 หมื่นกิโลเมตร
และทุกครั้งที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ก็ควรเปลี่ยนถ่าย
ไส้กรองน้ำมันเครื่องพร้อมๆกันด้วย เพราะหากไม่เปลี่ยนไส้กรองแล้ว
ตะกอนและสิ่งสกปรกที่ค้างอยู่ในไส้กรอง
ก็อาจทำให้น้ำมันเครื่องที่เราเปลี่ยนใหม่
เสื่อมประสิทธิภาพเร็วกว่ากำหนดได้ครับ

>>> ขาเหยียบ ฟังทางนี้
คุณผู้ฟังกำลังขับรถอยู่รึเปล่าครับ
ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดขับ
หรือมือเก่าขาซิ่งก็ตาม
อย่าลืมความสำคัญของสองปลายเท้านะครับ
เพราะต่างจิตต่างใจ ต่างคนก็ไม่เหมือนกัน
ลองสังเกต ลักษณะการเหยียบกดคันเร่งดูสิครับ
บ้างติดนิสัยเหยียบปล่อย เหยียบปล่อย
บางคนติดนิสัยค่อยๆ เหยียบทีละนิด แตกต่างกันไป
แต่รู้มั้ยครับ การเหยียบคันเร่งแรงๆ และเร็วๆ
ทำให้เครื่องยนต์เพิ่มรอบสูงอย่างรวดเร็วนั้น
สิ้นเปลืองพลังงานมากกว่า การค่อยๆ กดคันเร่ง
เพื่อไล่รอบขึ้นไปจนถึงระดับความเร็วที่ต้องการ
ดังนั้น ขอฝากไว้เลยนะครับว่า
รักรถ ถนอมรถ แถมประหยัดน้ำมัน
ควรรักษาน้ำหนักในการกดให้สม่ำเสมอ จะดีที่สุดครับ


>>> รถสีเขียว
เรามาลองทายดูมั้ยครับว่า คนขับรถชอบสีอะไรมากที่สุด
ร้อยทั้งร้อยก็คงต้องตอบว่า สีเขียว
ก็สีเขียวของไฟเขียวไงครับ จริงๆแล้วไม่ใช่แค่คนขับเท่านั้นนะครับ
เพราะถนนหนทาง และโลกของเราก็ชอบสีเขียวเหมือนกัน
รถสีเขียว หรือ Greener Car จึงเป็นแบบอย่างของรถ
ที่วิศวกรผู้ผลิต ต่างให้ความสำคัญกันมากขึ้น
เพื่อรักษาสภาวะแวดล้อม
ลักษณะของการเป็นรถสีเขียวก็ได้แก่
การใช้เครื่องยนต์ที่มีค่ามลพิษในไอเสียต่ำ
การใช้ชิ้นส่วนที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลใหม่ได้อีกครั้ง
รวมถึงการใช้พลังงานทดแทนในรูปแบบใหม่ๆ
เช่นรถยนต์พลังก๊าซธรรมชาติ หรือ CNG
รถพลังไฟฟ้า หรือแม้แต่รถลูกผสมอย่าง Hybrid
ที่ใช้ทั้งพลังงานน้ำมันและไฟฟ้าควบคู่กัน
ว่าแต่ รถที่คุณผู้ฟังใช้อยู่ล่ะครับ เป็นรถสีเขียวรึเปล่า ?

>>> ไม่ใช่แค่ถุงลม
คุณผู้ฟังเคยสงสัยมั้ยครับว่า
ถุงลมนิรภัยที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าคนขับ
และผู้โดยสารด้านหน้าเนี่ยะ เมื่อมันพองออกมา
ขนาดมันจะเล็กเกินไป หรือใหญ่เกินไปสำหรับเราหรือเปล่า
เพื่อให้การทำงานของถุงลมนิรภัยเหมาะสมกับผู้ขับขี่
จึงมีการคิดระบบ PODS หรือระบบตรวจวัดน้ำหนักผู้โดยสาร
โดยเจ้าเทคโนโลยีนี้ จะเป็นระบบเซ็นเซอร์
ซึ่งถูกติดตั้งอยู่ใต้เบาะนั่งของผู้โดยสาร
เพื่อวัดน้ำหนักที่กดลงบนเบาะ
และเจ้าระบบนี่เองจะส่งสัญญาณไปยังชุดควบคุมการทำงาน
ของถุงลมนิรภัย เพื่อสั่งให้มันพองตัวตามขนาด
ให้เหมาะสมกับน้ำหนักของผู้โดยสาร เมื่อเกิดการชนขึ้น
แหม แบบนี้ต้องเรียกว่า พองแบบพอดีตัว ใช่มั้ยล่ะครับ

>>> ประมาทไม่ได้
ทุกวันนี้ คำว่าระบบเบรก ABS ไม่ใช่ของใหม่อีกต่อไปแล้วเพราะ
ในรถรุ่นใหม่ๆ ก็มีการติดตั้งเจ้าระบบเบรกนี้
กันแทบทุกคันก็ว่าได้ แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
ได้มีผลการวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้ผลได้น่าประหลาดใจเป็นอย่างมาก
ผลการวิจัยพบว่า โอกาสเสียชีวิต
ในรถยนต์ที่ติดระบบเบรก ABS นั้น กลับมีมากกว่า
ในรถยนต์ระดับเดียวกันที่ไม่มี ABS ถึง 45 %
อ้าว ไหงกลายเป็นอย่างนี้ไปล่ะครับ
เมื่อวิเคราะห์ลึกลงไป พบว่า
การที่ผู้ขับขี่รู้สึกว่ารถของตนมีระบบ ABS นั้น
ทำให้รู้สึกมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้น หรือเรียกว่า
มั่นใจเกินไป จนขาดความระมัดระวังในการขับขี่นั่นเอง
ดังนั้น ต่อให้รถมี ABS ติดถุงลมนิรภัย 20 ใบ
การขับขี่โดยมีสติและไม่ประมาทของผู้ขับขี่
ก็ถือว่าเป็นระบบความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมที่สุดเสมอนะครับ

>>> สว่างเต็มตา
เดี๋ยวนี้ รถยนต์รุ่นใหม่ๆ เริ่มหันมาติดตั้ง
หลอดไฟระบบซีนอนกันมากขึ้น
เพราะให้ลำแสงไฟสีขาวดูสวยเท่และทันสมัย
กว่าหลอดไฟฮาโลเจนแบบเดิมๆที่ให้ไฟสีเหลือง
แหม แต่ความสวยงามและความสว่าง
ที่ดีกว่าในที่นี้ ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียนะครับ
โดยเฉพาะกับรถคันอื่นที่สัญจรไปมาบนถนนร่วมกัน
มีการวิจัยพบว่า หลอดไฟซีนอนนั้นสามารถทำให้
ผู้ใช้รถใช้ถนนที่ขับรถสวนมานั้น
เกิดอาการตาพร่าได้นานกว่าหลอดฮาโลเจนถึง 1.5 เท่า
เพราะแสงสีขาวอมฟ้านั้น สามารถกระตุ้นเซลในตาได้อย่างเต็มที่
ทำให้ใช้เวลานานกว่าที่สายตาจะคืนสู่การมองเห็นในสภาพปกติ
ดังนั้น ถ้าใครใช้หลอดไฟซีนอนอยู่ล่ะก็
ระวังซักนิดเมื่อเปิดไฟสูง
ถนอมสายตาเพื่อนร่วมถนนซักนิดก็ดีนะครับ


>>> เติมลมยาง
ผู้ใช้รถหลายคนอาจเคยตั้งข้อสังเกตว่า
เมื่อเติมลมยางมากๆ แล้ว รู้สึกเหมือนพวงมาลัยเบา
และบังคับยากกว่าเดิม จนอาจคิดไปว่า
การเติมลมยางอ่อนลง อาจช่วยให้เกาะถนนดีขึ้น
เพราะการเติมลมยางน้อยนั้น
หน้ายางจะแอ่นตรงกลาง
ทำให้หน้ายางสัมผัสถนนน้อยลง
นอกจากนี้ ยังทำให้แก้มยางมีความหยุ่นตัวมากขึ้น
ทำให้ยางจะบิดตัวมากกว่าปกติเวลาเลี้ยวโค้ง
และประสิทธิภาพในการทรงตัวก็จะลดลงด้วย
ดังนั้น ที่ถูกต้องแล้ว เพื่อให้ยางใช้งานได้อย่าง
เต็มประสิทธิภาพ ควรเติมลมยางตามสเป็ค
ที่บริษัทรถยนต์กำหนดไว้นั่นแหละครับ ถึงจะดีที่สุด


Top

     
Un title page
 
Un title page