|
>>> ไฮบริด
คุณผู้ฟังคงคุ้นเคยกันดีกับเครื่องยนต์เบนซิน
และเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเป็น 2 เครื่องยนต์หลัก
เพราะกว่า 90 % ของรถยนต์ทั่วโลกใช้งานกันอยู่นะครับ
แล้วคุณผู้ฟังเคยได้ยินเครื่องยนต์ไฮบริดไหมครับ
เครื่องยนต์ไฮบริดนั้น เป็นเครื่องยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมครับ
เพราะเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า
และน้ำมันเชื้อเพลิงควบคู่กันไป
นอกจากจะเป็นการประหยัดน้ำมันแล้ว
ยังช่วยลดมลพิษอีกด้วย ด้วยเหตุนี้นี่เองเครื่องยนต์ไฮบริด
จึงเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น อย่างเช่นในรถโตโยต้าพรีอุส
ก็มีจำหน่ายอยู่นับแสนคันทั่วโลก
แหม ประหยัดน้ำมันอย่างนี้
ราคาน้ำมันจะขึ้นจะลงแค่ไหน ก็ยังพอเบาใจกันได้
>>>
นักสืบปลายท่อ
วันนี้ ผมจะชวนคุณผู้ฟังมาเป็นนักสืบกันอีกซักครั้งนะครับ
คราวนี้ เราจะมาเป็น นักสือปลายท่อกันครับ
อ๊ะๆ อย่าเพิ่งขำไปนะครับ นักสืบปลายท่อเนี่ยะ
ไม่ใช่นักสืบปลายแถวนะ แต่เป้นผู้สืบเสาะ
ถึงอาการต่างๆ ของรถยนต์ของคุณได้
ก่อนอื่นลองติดเครื่องรถยนต์จนได้อุณหภูมิที่ทำงานตามปกติ
แล้วลงจากรถ มาสังเกตควันจากท่อไอเสียกัน
ถ้าควันไอเสียเป็นสีขาว เกิดจากน้ำมันเครื่องเข้าไปให้ห้องเผาไหม้
สันนิฐานว่าเกิดจากอาการเครื่องยนต์หลวม
ถ้าควันไอเสียเป็นสีดำ แสดงว่าระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงบกพร่อง
ระบบการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ครับ
แล้วถ้าหากขณะอุ่นเครื่องที่รอบเดินเบา มีหยดน้ำออกมาทาง
ท่อไอเสีย แสดงว่า เครื่องยนต์เผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์ดีเยี่ยมครับ
>>> ยอดรถคอมพิวเตอร์
คุณผู้ฟังยังจำเจ้าคิดได้มั้ยครับ ?
เมื่อสิบกว่าปีก่อน มีซีรีส์อเมริกาเรื่องดังที่ฉายในเมืองไทย
เป็นเรื่องของพระเอกนักสืบกับรถยนต์ที่มีความฉลาดเฉลียว
สามารถสื่อสารและขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้ราวกับมีชีวิต
ใช่แล้ว เจ้าคิด อัศวินคอมพิวเตอร์นั่นเอง
แม้ทุกวันนี้ ยังไม่มีรถอัจฉริยะอย่างเจ้าคิดออกจำหน่าย
แต่คุณผู้ฟังรู้มั้ยครับ ภายในรถทุกวันนี้
ก็มีชิ้นส่วนของไมโครชิฟคอมพิวเตอร์
ติดตั้งอยู่แทบทุกระบบของรถ
อย่างรถยนต์รุ่นล่าสุดจากเยอรมันนั้น
มีไมโครโปรเซสเซอร์เชื่อมต่อกันมากมายถึงกว่า 40 จุด
แหม ยังกับรถคอมพิวเตอร์ยังไงยังงั้น
แต่ ไฮเทคซะขนาดนี้ พี่ช่างทั้งหลาย
คงต้องไปลงเรียนคอมพิวเตอร์เพิ่มซะละมังครับ
จะได้ไล่ตามเทคโนโลยีให้ทัน
>>> นักสืบจมูกทอง
เอาล่ะครับ วันนี้ เราจะมาเป็นนักสืบกันอีกซักครั้ง
คราวนี้ เราจะเป็น นักสืบจมูกทองกัน
ไม่ต้องพึ่ง คุณสุนัขตำรวจ K9 ที่ไหน
คุณผู้ฟังเนี่ยแหล่ะครับ เป็นได้ทันทีเลย
เพียงรู้จักหมั่นสังเกต เวลามีกลิ่นอะไรแปลกปลอมเข้ามาในห้องโดยสาร
เช่น ถ้ากลิ่นยางไหม้ อาจเกิดจากบางส่วน
ของท่อยางไปสัมผัสกับส่วนที่ร้อนจัด
หรือผ้าเบรกติดหรือล็อกตายก็เป็นได้
และหากมีกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาให้ห้องโดยสาร
แสดงว่าข้อต่อหรือท่อน้ำมันมีการรั่วซึม
ให้เปิดกระจกรถและเปิดพัดลมแรงสุด
และอย่าสูบบุหรี่หรือจุดประกายไฟใดๆ
เพื่อป้องกันเพลิงลุกไหม้ครับ
>>> ก่อนจะเปลี่ยนหลอดไฟ
แหม แทบจะกลายเป็นแฟชั่นสำหรับการแต่งรถไปแล้ว
นอกจากจะเปลี่ยนล้อแม็ก โหลดเตี้ย ใส่ท่อเนี่ย
การเปลี่ยนหลอดไฟไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟถอย
ไฟท้าย ก็กำลังเป็นที่นิยม
อ๊ะๆ สำหรับใครที่กำลังคิดอยากเปลี่ยนหลอดไฟล่ะก็
ฟังทางนี้ก่อนครับ การเปลี่ยนหลอดไฟวัตต์สูงๆ
ไม่ได้แปลว่าจะทำให้มองถนนได้ชัดเจนเสมอไป
เพราะยังขึ้นอยู่กับการสะท้อนของจานฉายด้วย
ซึ่งบริษัทผู้ผลิตรถส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับไฟวัตต์สูงๆ
นอกจากนี้ รถที่วิ่งสวนทางมา
ก็อาจถูกแสงไฟจากรถของเราแยงตา ก่อให้เกิดอันตรายขึ้นได้
ดังนั้น ก่อนคิดจะเปลี่ยนหลอดไฟ อย่าลืมคิดหน้าคิดหลัง
และคิดเผื่อคันหน้าคันหลังบ้างก็ดีนะครับ
>>> ที่ปัดน้ำฝน
ช่วงนี้ ฝนตกแทบทุกวันเลยนะครับ
และถ้าฝนตกเมื่อไหร่ รถก็จะติดทันที
แหมก็มันเป็นของคู่กันนี่ครับ ขาดกันไม่ได้
นอกจากว่าฝนตกตอนตีสองตีสามก็ว่าไปอย่าง
ยิ่งฝนตกอย่างนี้ ก็ต้องดูแลรถของคุณให้ดี
จุดหนึ่งที่อยากให้หมั่นตรวจตราไว้ก็คือที่ปัดน้ำฝนครับ
เพราะเป็นอุปกรณ์สำคัญช่วยกำจัดน้ำที่เกาะอยู่บนกระจก
และบดบังเส้นทางได้ จึงควรดูแลให้อยู่ในสภาพ
ที่ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ถ้าพบว่าที่ปัดน้ำฝน
ปัดน้ำได้ไม่เกลี้ยง ปัดแล้วมีเสียงดังก็ควรเปลี่ยนได้แล้ว
บางท่านประหยัดเงินด้วยการเปลี่ยนใบปัดเฉพาะด้านคนขับ
เมื่อเก่าแล้ว จึงค่อยเปลี่ยนในใส่ด้านผู้โดยสาร
สลับกันไป ซึ่งเป็นการประหยัดที่เกินไปนิดนึงนะครับ
เพราะอย่างไร ทัศนวิสัยที่กว้างและชัดเจนกว่า
ย่อมเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ที่มากกว่า
โดยเฉพาะช่วงฝนตกชุกอย่างนี้ด้วยนะครับ
>>> เรื่องล้อ...อย่าล้อเล่น
วันนี้ เรามาคุยเรื่องล้อๆ กันดีกว่า
เรื่องล้อๆ เนี่ยะ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นกันนะครับ
อย่าลืมว่า ล้อคือชิ้นส่วนสำคัญของรถ
ที่อยู่ติดกับถนน พาคุณเลี้ยวซ้าย โฉบขวา
เดินหน้า ถอยหลัง แถมถ้าล้อไม่ติดพื้นเมื่อไหร่ละก็
ตัวใครตัวมันล่ะครับ การดูแลรักษาล้อและยาง
อย่างง่ายๆ ได้แก่การตรวจวัดลมยางทุก 2 สัปดาห์
สลับยางทุก 1 หมื่นกิโลเมตร และคอยดูการสึกหรอของดอกยางครับ
นอกจากนี้ การขับขี่ ก็สามารถแสดงถึงอาการผิดปกติของล้อและยางได้
เช่น การสั่นของพวงมาลัย ทำให้ยากแก่การควบคุม
อาการเหล่านี้จะส่งผลให้ช่วงล่างเสื่อมสภาพเร็ว
และเป็นอันตรายต่อการขับขี่ ทางที่ดี
ควรนำรถไปเช็คศูนย์ถ่วงล้อโดยเร็วที่สุดครับ
>>> ถุงลมไม่พอง
รถยนต์ในยุคปัจจุบัน ในรุ่นท๊อปหรือรุ่นสูงๆ
มักมีการติดตั้งถุงลมนิรภัยเป็นมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย
แต่ต้องไม่ลืมว่าถุงลมจะทำงานได้สมบูรณ์แบบก็ต่อเมื่อ
ทำงานร่วมกันกับเข็มขัดนิรภัยเท่านั้น
อย่างไรก็ตามการชนในบางลักษณะ
ก็อาจไม่ส่งผลให้ถุงลมนิรภัยทำงานเช่นกัน
เช่น การชนด้านข้าง การชนด้านหลัง
รถยนต์พลิกคว่ำ และการชนด้านหน้าด้วยความเร็วต่ำ
เพราะถุงลมนิรภัยนั้น จะทำงานเมื่อเกิดการชนปะทะ
ด้วยความเร็วที่สูงกว่าค่าที่กำหนด
ซึ่งได้แก่ความเร็วประมาณ 20-35 ก.มต่อช.ม.
อุปกรณ์อย่างถุงลมนิรภัย มีติดรถไว้ก็ดี
แต่ถ้าคุณไม่จำเป็นต้องใช้มันเลยก็คงเป็นการดีที่สุดล่ะครับ
>>> ประหยัดน้ำมันจริงหรือ
คุณผู้ฟังคงเห็นโฆษณาผ่านตาหลายต่อหลายครั้ง
ว่ารถรุ่นนี้ดีอย่างนั้น รุ่นนั้นดีอย่างนี้
แล้วยังบอกว่าสามารถประหยัดน้ำมันเป็นอย่างดี
เท่านั้นเท่านี้กิโลต่อลิตร คุณเคยสงสัยบ้างไหมครับว่า
การทดสอบการประหยัดน้ำมันนั้น เขาขับกันอย่างไร
เขาทำกันอย่างนี้ครับ ผู้ทดสอบจะต้องควบคุมความเร็วให้คงที่
ไม่เร่งแซงรถคันอื่น ไม่ใช้ความเร็วสูงเกินจำเป็น
ใช้ความเร็วค่อนข้างต่ำ เบรกเฉพาะเท่าที่จำเป็น
แม้กระทั่งเมื่อเจอไฟแดง ก็ใช้การคำนวณระยะ
เพื่อไม่ต้องใช้การเหยียบเบรก หรือไม่ก็คำนวณเวลา
ให้รถเข้าใกล้ไฟเขียว เพื่อขับต่อไปได้โดยไม่ต้องหยุด
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ลักษณะการขับทดสอบ
การประหยัดน้ำมันนั้น แตกต่างจากการขับขี่ใช้งาน
ในชีวิตจริงค่อนข้างมาก ดังนั้น ไม่ต้องตกใจนะครับ
ถ้าพบว่า ในการใช้รถจริงนั้น อาจจะไม่ได้ประหยัดน้ำมัน
อย่างที่เขาโฆษณากันไว้ก็เป็นได้
>>> อย่าขับอย่างนี้
รถยนต์รุ่นใหม่ๆทุกวันนี้ ได้ผ่านการทดสอบและค้นคว้า
เพื่อการประหยัดน้ำมันแทบทุกรุ่น
แต่ในการใช้งานจริงนั้น จะประหยัดน้ำมันได้แค่ไหน
ให้ลองถามตัวเองดูก่อนครับ ว่ามีลักษณะการขับอย่างนี้หรือเปล่า
?
เพราะนี่คือเหล่าสาเหตุของการสิ้นเปลืองน้ำมันทั้งนั้น
หนึ่ง ใจร้อน สตาร์ทเครื่องแล้วออกรถทันที
สอง ใจเย็นเกินไป อุ่นเครื่องอยู่กับที่นานเกินไป
สาม ติดนิสัยวัยรุ่น กดคันเร่งแรงๆ และเร็ว ให้รอบเครื่องขึ้นสูง
สี่ เร่งความเร็วจนชิดคันหน้าและแตะเบรกกระทันหัน
ห้า ละเลยการตรวจลมยาง ปล่อยให้ลมยางอ่อน หรือดอกยางสึก
เห็นมั้ยครับ ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องใกล้ตัว
ที่บางท่านอาจละเลยไป อย่าลืมนะครับ
ประหยัดน้ำมันหรือไม่ประหยัดนั้น
ไม่ได้อยู่แค่ที่รถ แต่อยู่ที่ตัวคนขับด้วยนะครับ
>>> ลดส่วนเกิน
เชื่อมั้ยครับ ทุกวันนี้ ส่วนมากเรามักจะเก็บสิ่งต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่เกินความจำเป็น
ทั้งๆ ที่ในความจริงแล้ว เราได้ใช้ของที่เราเก็บไว้ไม่ถึง
10 % ด้วยซ้ำ
ถ้าไม่เชื่อ เย็นนี้ กลับบ้านลองเปิดตู้เสื้อผ้าดู
คุณจะพบว่า
มีเสื้อที่ใส่อยู่เป็นประจำไม่ถึง 1 ใน 4 ของตู้
แถมนิสัยช่างเก็บของคนเราเนี่ยะ
ก็ได้ระบาดมาถึงในรถด้วย
ลองสำรวจดูภายในรถและท้ายรถดูซิว่า
มีของไม่จำเป็นอยู่บ้างหรึอเปล่า ถ้ามี เอาออกบ้างก็ได้นะครับ
ยกเว้นกล่องเครื่องมือและยางอะไหล่ ที่ควรจะมีติดรถไว้
และเมื่อน้ำหนักรถเบาขึ้น อัตราการเร่งก็จะดีขึ้น
แถมยังช่วยประหยัดน้ำมันอีกด้วย
แหม ลดส่วนเกินรถช่างแสนง่ายดาย
แต่ทีลดส่วนเกินคนขับ ทำไมยากเย็นจริงจริ๊ง
>>> เพื่อมือใหม่ทั้งหลาย
ไม่มีใครขับรถเป็นตั้งแต่เกิดหรอกครับ
ดังนั้น คุณผู้ฟังทุกท่านต้องเคยเป็นมือใหม่หัดขับกันทั้งนั้น
ไม่ว่าจะให้ญาติพี่น้องที่หัดให้
หรือไปหัดขับตามโรงเรียนสอนขับรถ
ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการประดิษฐ์เครื่องจำลองการขับขี่
หรือ Driving Simulator ซึ่งเจ้าเครื่องจำลองการขับรถนี้
ประกอบด้วยห้องโดยสารจำลองซึ่งมีอุปกรณ์และหน้าตา
เหมือนรถยนต์จริงทุกประการ พร้อมจอฉายภาพขนาดใหญ่
และห้องโดยสารจำลองนี้ จะตั้งอยู่บนฐานการเคลื่อนไหว
6 แกน
ซึ่งจะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังขับรถอยู่จริงๆ
แถม เจ้าเครื่องจำลองการขับขี่นี้ สามารถ
เลือกได้ทั้งระบบเกียร์ธรรมดาและระบบเกียร์ออโต้ด้วย
ท่านเจ้าของโรงเรียนสอนขับรถได้ยินแล้ว
น่าจะลองเอามาใช้ซักเครื่องก็คงจะดีนะครับ
>>> บริการถึงที่
เชื่อมั้ยครับคุณผู้ฟัง เดี๋ยวนี้ เวลาขับรถไปไหนมาไหน
เขามีบริการอำนวยความสะดวกกันถึงในรถเลยนะครับ
แหม ผมไม่ได้หมายถึงการจำหน่ายพวงมาลัยตามสี่แยกไฟแดงนะครับ
เพราะที่เมืองนอกเนี่ย ภายในรถยนต์ชั้นหรูแบรนด์ดังยี่ห้อหนึ่ง
เขามีการติดตั้งอุปกรณ์ที่เรียกว่า เทเลมาติกส์
ซึ่งเจ้าอุปกรณ์นี้ ส่งสัญญาณเชื่อมต่อกับที่ศูนย์
ทำให้สามารถส่งต่อข้อมูลจากรถไปยังศูนย์บริการ
ได้ ไม่ว่าจะเป็นการรับและบันทึกแผนที่
แจ้งเหตุโจรกรรม ตรวจสภาพรถ ไม่แค่นั้น
ยังมีบริการจองห้องพักโรงแรม ห้องอาหาร
สั่งดอกไม้ก็ยังได้ เพียงกดปุ่มเรียกไป
บริการทั้งหลายก็จะถูกจัดส่งมาถึงรถที่คุณกำลังขับอยู่เลยทีเดียวครับ
แหม รถก็สวย บริการก็ดีอย่างนี้
น่าอิจฉาจริงๆ นะครับ
>>> น้ำมันเครื่อง
น้ำมันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ทุกคัน
แต่ไม่ใช่แค่น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเดียวนะครับ
น้ำมันเครื่อง ก็เป็นหัวใจสำคัญที่ใช้หล่อเลี้ยง
เครื่องยนต์เลยก็ว่าได้
น้ำมันเครื่องไม่เหมือนกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องเติมบ่อยๆ
ในทางกลับกัน น้ำมันเครื่องก็มีระยะเปลี่ยนถ่ายทิ้ง
เมื่อถึงระยะที่กำหนดด้วยเช่นกัน อย่างเช่นน้ำมันเครื่องชนิดธรรมดา
เราควรเปลี่ยนถ่ายทุกๆ 3000 กิโลเมตร
น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ เปลี่ยนถ่ายทุก 5000
กิโลเมตร
และน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ เปลี่ยนถ่ายทุกๆ 1 หมื่นกิโลเมตร
และทุกครั้งที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ก็ควรเปลี่ยนถ่าย
ไส้กรองน้ำมันเครื่องพร้อมๆกันด้วย เพราะหากไม่เปลี่ยนไส้กรองแล้ว
ตะกอนและสิ่งสกปรกที่ค้างอยู่ในไส้กรอง
ก็อาจทำให้น้ำมันเครื่องที่เราเปลี่ยนใหม่
เสื่อมประสิทธิภาพเร็วกว่ากำหนดได้ครับ
>>> ขาเหยียบ
ฟังทางนี้
คุณผู้ฟังกำลังขับรถอยู่รึเปล่าครับ
ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดขับ
หรือมือเก่าขาซิ่งก็ตาม
อย่าลืมความสำคัญของสองปลายเท้านะครับ
เพราะต่างจิตต่างใจ ต่างคนก็ไม่เหมือนกัน
ลองสังเกต ลักษณะการเหยียบกดคันเร่งดูสิครับ
บ้างติดนิสัยเหยียบปล่อย เหยียบปล่อย
บางคนติดนิสัยค่อยๆ เหยียบทีละนิด แตกต่างกันไป
แต่รู้มั้ยครับ การเหยียบคันเร่งแรงๆ และเร็วๆ
ทำให้เครื่องยนต์เพิ่มรอบสูงอย่างรวดเร็วนั้น
สิ้นเปลืองพลังงานมากกว่า การค่อยๆ กดคันเร่ง
เพื่อไล่รอบขึ้นไปจนถึงระดับความเร็วที่ต้องการ
ดังนั้น ขอฝากไว้เลยนะครับว่า
รักรถ ถนอมรถ แถมประหยัดน้ำมัน
ควรรักษาน้ำหนักในการกดให้สม่ำเสมอ จะดีที่สุดครับ
>>> รถสีเขียว
เรามาลองทายดูมั้ยครับว่า คนขับรถชอบสีอะไรมากที่สุด
ร้อยทั้งร้อยก็คงต้องตอบว่า สีเขียว
ก็สีเขียวของไฟเขียวไงครับ จริงๆแล้วไม่ใช่แค่คนขับเท่านั้นนะครับ
เพราะถนนหนทาง และโลกของเราก็ชอบสีเขียวเหมือนกัน
รถสีเขียว หรือ Greener Car จึงเป็นแบบอย่างของรถ
ที่วิศวกรผู้ผลิต ต่างให้ความสำคัญกันมากขึ้น
เพื่อรักษาสภาวะแวดล้อม
ลักษณะของการเป็นรถสีเขียวก็ได้แก่
การใช้เครื่องยนต์ที่มีค่ามลพิษในไอเสียต่ำ
การใช้ชิ้นส่วนที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลใหม่ได้อีกครั้ง
รวมถึงการใช้พลังงานทดแทนในรูปแบบใหม่ๆ
เช่นรถยนต์พลังก๊าซธรรมชาติ หรือ CNG
รถพลังไฟฟ้า หรือแม้แต่รถลูกผสมอย่าง Hybrid
ที่ใช้ทั้งพลังงานน้ำมันและไฟฟ้าควบคู่กัน
ว่าแต่ รถที่คุณผู้ฟังใช้อยู่ล่ะครับ เป็นรถสีเขียวรึเปล่า
?
>>> ไม่ใช่แค่ถุงลม
คุณผู้ฟังเคยสงสัยมั้ยครับว่า
ถุงลมนิรภัยที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าคนขับ
และผู้โดยสารด้านหน้าเนี่ยะ เมื่อมันพองออกมา
ขนาดมันจะเล็กเกินไป หรือใหญ่เกินไปสำหรับเราหรือเปล่า
เพื่อให้การทำงานของถุงลมนิรภัยเหมาะสมกับผู้ขับขี่
จึงมีการคิดระบบ PODS หรือระบบตรวจวัดน้ำหนักผู้โดยสาร
โดยเจ้าเทคโนโลยีนี้ จะเป็นระบบเซ็นเซอร์
ซึ่งถูกติดตั้งอยู่ใต้เบาะนั่งของผู้โดยสาร
เพื่อวัดน้ำหนักที่กดลงบนเบาะ
และเจ้าระบบนี่เองจะส่งสัญญาณไปยังชุดควบคุมการทำงาน
ของถุงลมนิรภัย เพื่อสั่งให้มันพองตัวตามขนาด
ให้เหมาะสมกับน้ำหนักของผู้โดยสาร เมื่อเกิดการชนขึ้น
แหม แบบนี้ต้องเรียกว่า พองแบบพอดีตัว ใช่มั้ยล่ะครับ
>>> ประมาทไม่ได้
ทุกวันนี้ คำว่าระบบเบรก ABS ไม่ใช่ของใหม่อีกต่อไปแล้วเพราะ
ในรถรุ่นใหม่ๆ ก็มีการติดตั้งเจ้าระบบเบรกนี้
กันแทบทุกคันก็ว่าได้ แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
ได้มีผลการวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้ผลได้น่าประหลาดใจเป็นอย่างมาก
ผลการวิจัยพบว่า โอกาสเสียชีวิต
ในรถยนต์ที่ติดระบบเบรก ABS นั้น กลับมีมากกว่า
ในรถยนต์ระดับเดียวกันที่ไม่มี ABS ถึง 45 %
อ้าว ไหงกลายเป็นอย่างนี้ไปล่ะครับ
เมื่อวิเคราะห์ลึกลงไป พบว่า
การที่ผู้ขับขี่รู้สึกว่ารถของตนมีระบบ ABS นั้น
ทำให้รู้สึกมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้น หรือเรียกว่า
มั่นใจเกินไป จนขาดความระมัดระวังในการขับขี่นั่นเอง
ดังนั้น ต่อให้รถมี ABS ติดถุงลมนิรภัย 20 ใบ
การขับขี่โดยมีสติและไม่ประมาทของผู้ขับขี่
ก็ถือว่าเป็นระบบความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมที่สุดเสมอนะครับ
>>> สว่างเต็มตา
เดี๋ยวนี้ รถยนต์รุ่นใหม่ๆ เริ่มหันมาติดตั้ง
หลอดไฟระบบซีนอนกันมากขึ้น
เพราะให้ลำแสงไฟสีขาวดูสวยเท่และทันสมัย
กว่าหลอดไฟฮาโลเจนแบบเดิมๆที่ให้ไฟสีเหลือง
แหม แต่ความสวยงามและความสว่าง
ที่ดีกว่าในที่นี้ ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียนะครับ
โดยเฉพาะกับรถคันอื่นที่สัญจรไปมาบนถนนร่วมกัน
มีการวิจัยพบว่า หลอดไฟซีนอนนั้นสามารถทำให้
ผู้ใช้รถใช้ถนนที่ขับรถสวนมานั้น
เกิดอาการตาพร่าได้นานกว่าหลอดฮาโลเจนถึง 1.5 เท่า
เพราะแสงสีขาวอมฟ้านั้น สามารถกระตุ้นเซลในตาได้อย่างเต็มที่
ทำให้ใช้เวลานานกว่าที่สายตาจะคืนสู่การมองเห็นในสภาพปกติ
ดังนั้น ถ้าใครใช้หลอดไฟซีนอนอยู่ล่ะก็
ระวังซักนิดเมื่อเปิดไฟสูง
ถนอมสายตาเพื่อนร่วมถนนซักนิดก็ดีนะครับ
>>> เติมลมยาง
ผู้ใช้รถหลายคนอาจเคยตั้งข้อสังเกตว่า
เมื่อเติมลมยางมากๆ แล้ว รู้สึกเหมือนพวงมาลัยเบา
และบังคับยากกว่าเดิม จนอาจคิดไปว่า
การเติมลมยางอ่อนลง อาจช่วยให้เกาะถนนดีขึ้น
เพราะการเติมลมยางน้อยนั้น
หน้ายางจะแอ่นตรงกลาง
ทำให้หน้ายางสัมผัสถนนน้อยลง
นอกจากนี้ ยังทำให้แก้มยางมีความหยุ่นตัวมากขึ้น
ทำให้ยางจะบิดตัวมากกว่าปกติเวลาเลี้ยวโค้ง
และประสิทธิภาพในการทรงตัวก็จะลดลงด้วย
ดังนั้น ที่ถูกต้องแล้ว เพื่อให้ยางใช้งานได้อย่าง
เต็มประสิทธิภาพ ควรเติมลมยางตามสเป็ค
ที่บริษัทรถยนต์กำหนดไว้นั่นแหละครับ ถึงจะดีที่สุด
Top
|